Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

รักษาสิว

รวมวิธีรักษาสิวให้ได้ผล ผิวเรียบเนียน หายขาด ไม่เป็นซ้ำ ที่คุณควรรู้

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

ปัญหาเรื่องสิวไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่จะมองข้ามได้ เพราะนอกจากความเจ็บปวดและการอักเสบแล้ว สิวตัวร้ายยังมักทิ้งรอยดำ รอยแดง และหลุมสิวไว้เป็นของต่างหน้าให้เราต้องตามแก้ไม่จบสิ้น หลายคนที่พยายามหาวิธีรักษาสิวมานับไม่ถ้วนแต่กลับพบว่าสิวยังวนเวียนกลับมาเป็นซ้ำที่เดิม นั่นอาจเป็นเพราะคุณยังไม่รู้วิธีการดูแลที่ถูกต้อง วันนี้ THE RITZ CLINIC จะมาเผยทุกแนวทางการดูแลผิวให้กลับมาเรียบเนียนสดใสแบบหายขาดและไม่เป็นซ้ำ เพื่อคืนความมั่นใจให้คุณอีกครั้งครับ

สิวคืออะไร?

รักษาสิว

สิว (Acne) คือภาวะอักเสบของผิวหนังที่เกิดจากการอุดตันของน้ำมัน (Sebum) และเซลล์ผิวที่ตายแล้วบริเวณรูขุมขน โดยส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในบริเวณที่มีต่อมไขมันหนาแน่น เช่น ใบหน้า หน้าอก และแผ่นหลัง เมื่อเกิดการอุดตันจะกลายเป็นสิวอุดตัน (Comedones) และหากมีการติดเชื้อแบคทีเรีย C.acnes ร่วมกับกระบวนการอักเสบของร่างกาย ก็จะพัฒนาเป็นสิวอักเสบที่มีลักษณะเป็นตุ่มแดงหรือหัวหนอง ซึ่งหากไม่รู้วิธีรักษาสิวที่ถูกวิธีก็อาจทำให้การอักเสบลุกลามได้ครับ

สิวมีกี่ประเภท?

การแยกแยะประเภทของสิวคือหัวใจสำคัญของการเลือกวิธีรักษาที่ตรงจุดครับ โดยปกติแล้วเราสามารถแบ่งสิวออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

1. สิวไม่อักเสบ หรือ สิวอุดตัน (Comedones)

เกิดจากการอุดตันของน้ำมันและเซลล์ผิวเก่าที่ปากรูขุมขน แบ่งออกเป็น:

  • สิวหัวดำ (Open Comedones): เป็นสิวอุดตันหัวเปิดที่สัมผัสกับอากาศจนเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นทำให้เห็นเป็นจุดสีดำ
  • สิวหัวขาว (Closed Comedones): เป็นสิวอุดตันหัวปิดที่ปกคลุมด้วยผิวหนัง เห็นเป็นตุ่มนูนสีขาวเล็กๆ ซึ่งหากดูแลไม่ดีมักจะพัฒนาไปเป็นสิวอักเสบได้ง่าย

2. สิวอักเสบ (Inflammatory Acne)

เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย C.acnes และกระบวนการอักเสบของร่างกาย แบ่งตามความรุนแรงได้แก่:

  • สิวตุ่มแดง (Papules): ตุ่มแดงขนาดเล็ก ไม่ค่อยเห็นหัวหนอง มักมีอาการเจ็บเล็กน้อย
  • สิวหัวหนอง (Pustules): ตุ่มอักเสบแดงที่เห็นหัวหนองสีขาวชัดเจนอยู่ด้านบน
  • สิวอักเสบแดงก้อนลึก (Nodules): หรือที่เรียกกันว่าสิวไต มีลักษณะเป็นก้อนแข็งสีแดงขนาดใหญ่ใต้ผิว กดแล้วเจ็บมาก มักไม่มีหัวสิวโผล่พ้นผิว
  • สิวหัวช้าง (Cysts): สิวอักเสบที่มีความรุนแรงสูงสุด เป็นตุ่มหนองปนเลือดขนาดใหญ่และลึก มักทิ้งหลุมสิวถาวรไว้หลังหาย

สาเหตุของการเกิดสิว

รักษาสิว

การจะรักษาสิวให้เห็นผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ เราต้องทำความเข้าใจปัจจัยต้นเหตุเหล่านี้ก่อนครับ

1. การผลิตน้ำมันที่มากเกินไป

ต่อมไขมันใต้ผิวหนังทำหน้าที่ผลิตน้ำมันเพื่อหล่อเลี้ยงผิวให้ชุ่มชื้น แต่หากร่างกายมีการผลิตน้ำมันออกมามากเกินความจำเป็น (Sevorrhea) จากปัจจัยทางพันธุกรรมหรือสภาพอากาศที่ร้อนชื้น น้ำมันส่วนเกินเหล่านี้จะกลายเป็นสารตั้งต้นสำคัญที่เข้าไปสะสมในรูขุมขน และเมื่อรวมตัวกับสิ่งสกปรกภายนอก จึงเกิดเป็นจุดเริ่มต้นของการอุดตันที่รักษายาก

2. การอุดตันของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว 

โดยปกติผิวหนังจะมีการผลัดเซลล์ผิวเก่าออกตามรอบวงจรธรรมชาติ แต่ในผู้ที่เป็นสิวง่าย กระบวนการนี้มักทำงานผิดปกติ เซลล์ผิวที่ตายแล้วไม่ยอมหลุดลอกออกไปแต่กลับไปเกาะกลุ่มรวมตัวกับไขมันภายในรูขุมขน จนกลายเป็นก้อนอุดตันแข็งๆ หรือที่เรียกว่า Microcomedone ซึ่งเป็นตัวการหลักที่ทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน

3. การเจริญเติบโตของแบคทีเรียก่อสิว

ภายในรูขุมขนที่อุดตันและไม่มีอากาศถ่ายเท คือสภาพแวดล้อมที่แบคทีเรีย Cutibacterium acnes (C.acnes) ชื่นชอบมากที่สุด แบคทีเรียชนิดนี้จะใช้ไขมันที่อุดตันเป็นอาหารและเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งปล่อยสารที่กระตุ้นให้ร่างกายส่งเม็ดเลือดขาวเข้ามาจัดการ จนเกิดเป็นกระบวนการอักเสบ บวม แดง และเป็นหนองตามมา

4. การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน

ฮอร์โมนกลุ่มแอนโดรเจน (Androgens) มีผลโดยตรงต่อการกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานหนักขึ้น เราจึงมักพบปัญหาสิวได้มากในช่วงวัยรุ่น ช่วงที่มีรอบเดือน หรือในผู้ที่มีภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนนี้มักทำให้เกิดสิวบริเวณคางและกรอบหน้า ซึ่งหากไม่รักษาสิวที่ต้นเหตุของฮอร์โมน สิวก็มักจะกลับมาเป็นซ้ำทุกเดือน

5. พฤติกรรมการใช้ชีวิตและปัจจัยกระตุ้นภายนอก

นอกจากปัจจัยภายในแล้ว ไลฟ์สไตล์ก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ความเครียดสะสมที่กระตุ้นการหลั่งคอร์ติซอล, การพักผ่อนไม่เพียงพอที่ทำให้ผิวฟื้นฟูได้ช้า, รวมถึงการสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ และการใช้สกินแคร์ที่ทำความสะอาดได้ไม่หมดจด ล้วนเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลงและเกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น

10 วิธีรักษาสิวด้วยตัวเอง ทำง่าย เห็นผลจริง

สำหรับใครที่เริ่มมีปัญหาสิวและต้องการดูแลในระยะเริ่มต้น นี่คือ 10 ขั้นตอนการรักษาสิวด้วยตัวเองที่ทำตามได้ง่ายและได้ผลจริงครับ

  1. เช็ดล้างเครื่องสำอางให้หมดจด: ใช้คลีนซิ่งเช็ดหน้าก่อนล้างหน้าทุกครั้ง แม้จะทาเพียงแค่ครีมกันแดดก็ตาม
  2. ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง: ใช้ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยน ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงจนเกินไปเพื่อรักษาความสมดุลของน้ำมันบนผิว
  3. ใช้ยาทากลุ่ม Benzoyl Peroxide: ทาก่อนล้างหน้าทิ้งไว้ 5-10 นาทีเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อสิว
  4. แต้มสิวด้วย Salicylic Acid (BHA): ช่วยสลายสิ่งอุดตันในรูขุมขนและลดการอักเสบของสิวหัวเปิด
  5. ทามอยส์เจอไรเซอร์สม่ำเสมอ: เลือกสูตรที่ระบุว่า Non-Comedogenic เพื่อป้องกันผิวขาดน้ำจนผลิตน้ำมันเพิ่ม
  6. เลือกใช้ยากินกลุ่มซิงค์ (Zinc): การรับประทานอาหารเสริมซิงค์ช่วยลดการอักเสบและช่วยให้แผลสิวหายเร็วขึ้น
  7. ทาครีมกันแดดสูตรคุมมัน: ป้องกันรอยสิวคล้ำลงจากแสงแดด โดยเลือกสูตรที่ไม่อุดตันรูขุมขน
  8. เปลี่ยนปลอกหมอนบ่อยๆ: เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรียที่ต้องสัมผัสใบหน้าเวลานอน
  9. งดการบีบหรือแกะสิว: เพราะจะทำให้ผนังรูขุมขนแตกและอักเสบลึกขึ้นจนกลายเป็นสิวไตหรือหลุมสิว
  10. ปรับการกินลดน้ำตาลและของมัน: อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูงมีส่วนกระตุ้นการเกิดสิวในบางรายได้ครับ

6 วิธีรักษาสิวเร่งด่วน เห็นผลไว ได้ผลจริง

รักษาสิว

ในกรณีที่ต้องการความรวดเร็วและจัดการปัญหาให้จบแบบทันใจ การทำหัตถการโดยแพทย์คือคำตอบที่ดีที่สุดครับ ซึ่งที่ THE RITZ CLINIC เรามีนวัตกรรมที่ช่วยให้คุณกลับมาหน้าใสได้เร็วขึ้น ดังนี้

1. Pico Laser (Discovery Pico)

Picosecond Laser คือเทคโนโลยีเลเซอร์ความเร็วสูงระดับ Picosecond ที่โดดเด่นในการจัดการเม็ดสีและปรับสภาพผิว โดยเฉพาะโหมด Pico Toning ที่จะเข้าไปทำลายเม็ดสีส่วนเกินที่เกิดจากการอักเสบ ช่วยลดรอยแดงและรอยดำจากสิวให้จางลงอย่างรวดเร็ว และหากสิวทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ โหมด Pico Scar จะทำหน้าที่สร้างโพรงอากาศเล็กๆ ใต้ผิว เพื่อตัดพังผืดและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้เนื้อเยื่อหลุมสิวตื้นขึ้นและผิวกลับมาเรียบเนียนสม่ำเสมอ

2. Accure Acne Laser

นี่คือนวัตกรรมระดับโลกที่เปลี่ยนวงการรักษาสิวอย่างแท้จริง โดยใช้พลังงานเลเซอร์ความยาวคลื่น 1726 nm ซึ่งเป็นช่วงความยาวคลื่นที่ต่อมไขมันดูดซับพลังงานได้ดีที่สุด พลังงานจะลงไปทำให้ต่อมไขมันที่ทำงานผิดปกติฝ่อตัวลงและลดขนาดลงอย่างถาวร เมื่อต้นตอการผลิตน้ำมันส่วนเกินถูกควบคุม โอกาสการเกิดสิวใหม่จึงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยลดปัญหาการเป็นสิวเรื้อรังซ้ำซากได้อย่างดีเยี่ยม

3. การฉีดลดการอักเสบ

สำหรับสิวอักเสบเม็ดใหญ่ที่เป็นไตแข็งและเจ็บปวด การฉีดตัวยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) ในปริมาณที่เจือจางและแม่นยำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยยับยั้งกระบวนการอักเสบของร่างกายในบริเวณนั้นได้ทันที ทำให้สิวยุบตัวลงและหายเจ็บได้ภายใน 24-48 ชั่วโมง วิธีนี้ยังช่วยลดความเสียหายของเนื้อเยื่อใต้ผิว ซึ่งเป็นการป้องกันการเกิดแผลเป็นหลุมสิวในอนาคตได้ดีที่สุด

4. การกดสิวโดยผู้เชี่ยวชาญ 

การเอาหัวสิวอุดตันออกอย่างถูกวิธีคือขั้นตอนสำคัญในการป้องกันสิวอักเสบ ที่ THE RITZ CLINIC เราใช้เครื่องมือที่ผ่านการฆ่าเชื้อมาตรฐานการแพทย์และเทคนิคการกดที่นุ่มนวล เพื่อเคลียร์สิ่งอุดตันในรูขุมขนออกให้หมดจดโดยไม่ทำให้ผิวเกิดการช้ำหรืออักเสบเพิ่ม ลดโอกาสที่สิวอุดตันจะลุกลามกลายเป็นสิวอักเสบติดเชื้อในระยะยาว

5. โปรแกรมเพื่อผิวหน้าฉ่ำวาว

การฟื้นฟูผิวหลังการอักเสบมีความสำคัญไม่แพ้การรักษาตัวสิว การเติมวิตามิน แร่ธาตุ และอาหารผิวเข้มข้นผ่าน โปรแกรมเพื่อผิวหน้าฉ่ำวาว จะช่วยสร้างความแข็งแรงให้เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) เมื่อโครงสร้างผิวชั้นนอกแข็งแรงและมีความชุ่มชื้นที่สมดุล ผิวจะทนทานต่อแบคทีเรียและมลภาวะได้มากขึ้น ส่งผลให้ผิวหน้าดูใส สุขภาพดี และลดความถี่ในการเกิดสิวใหม่

6. การทำทรีตเมนต์ผลัดเซลล์ผิว (Chemical Peel)

เป็นการใช้สารสกัดกลุ่มกรดผลไม้ (เช่น AHA หรือ BHA) ในความเข้มข้นระดับการแพทย์ เพื่อช่วยสลายพันธะระหว่างเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไปอย่างสม่ำเสมอ การทำ Chemical Peel ไม่เพียงแต่ช่วยลดการอุดตันในรูขุมขนที่เป็นต้นเหตุของสิว แต่ยังช่วยปรับสีผิวให้ดูสว่างขึ้นและลดรอยสิวตื้นๆ ให้จางลงเร็วกว่าการทาครีมปกติหลายเท่าตัว

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดสิว

การป้องกันย่อมดีกว่าการตามแก้เสมอครับ คุณสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดสิวใหม่และรักษาสภาพผิวให้แข็งแรงได้ด้วยวิธีดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า: มือของเราเป็นแหล่งรวมแบคทีเรียและสิ่งสกปรก การจับ ลูบ หรือเท้าคางระหว่างวัน จะเป็นการนำเชื้อโรคเข้าสู่รูขุมขนโดยตรงและกระตุ้นการอักเสบได้ง่ายขึ้น
  • เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสม: ตรวจสอบสภาพผิวตัวเองว่าเป็นผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวผสม เพื่อเลือกใช้สกินแคร์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ และต้องระบุว่า “Oil-free” หรือ “Non-Comedogenic” เพื่อป้องกันการอุดตันสะสม
  • รักษาความสะอาดอุปกรณ์ที่สัมผัสใบหน้า: แปรงแต่งหน้า ฟองน้ำ และหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ควรทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละครั้ง เพื่อลดการสะสมของคราบไขมันและแบคทีเรียที่อาจกลับมาทำร้ายผิว
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ: การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวจากภายใน และช่วยให้กระบวนการขับของเสียในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผิวพรรณดูสดใสและแข็งแรงขึ้น
  • จัดการกับความเครียดและพักผ่อน: ความเครียดกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนที่ส่งผลต่อต่อมไขมัน การเข้านอนก่อนเวลา 22.00 น. จะช่วยให้ร่างกายหลั่ง Growth Hormone ออกมาซ่อมแซมผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เคล็ดลับทำให้สิวหายขาด ไม่เป็นซ้ำ

หัวใจสำคัญของการทำให้สิวหายขาดคือการ “รักษาเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง” (Skin Barrier Restoration) ครับ หลายคนมุ่งเน้นแต่การใช้ยาแต้มสิวแรงๆ หรือยาผลัดเซลล์ผิวต่อเนื่องจนผิวแห้งลอกและระคายเคือง ซึ่งการทำเช่นนั้นจะยิ่งทำให้ผิวอ่อนแอลงและกลับมาเป็นสิวใหม่ได้ง่ายกว่าเดิม

เคล็ดลับจาก THE RITZ CLINIC คือการ “รักษาอาการอักเสบควบคู่ไปกับการฟื้นฟู” เมื่อสิวเริ่มยุบลง เราแนะนำให้เติมสารอาหารผิวผ่าน โปรแกรมเพื่อผิวหน้าฉ่ำวาว เพื่อบำรุงผิวให้มีความชุ่มชื้นที่สมดุลและแข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก เมื่อโครงสร้างผิวของคุณมีความสมดุล แบคทีเรียก่อสิวจะเติบโตได้ยากขึ้น และผิวจะสามารถรับมือกับปัจจัยกระตุ้นภายนอกได้ดีขึ้น ซึ่งนี่คือหนทางสู่การรักษาสิวให้หายขาดแบบยั่งยืนที่สุดครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

รักษาสิวด้วยตัวเองได้ไหม?

ได้ในกรณีที่เป็นสิวระดับน้อยถึงปานกลางครับ แต่หากเริ่มเป็นสิวอักเสบก้อนใหญ่หรือเป็นเรื้อรัง การพบแพทย์จะช่วยลดโอกาสเกิดหลุมสิวได้ดีกว่า

รอยสิว รอยดำ รอยแดง แก้ยังไง?

สามารถใช้เลเซอร์กลุ่ม Pico Laser เพื่อทำลายเม็ดสีส่วนเกิน หรือใช้การบำรุงใน โปรแกรมเพื่อผิวหน้าฉ่ำวาว เพื่อช่วยฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใสสม่ำเสมอ

รักษาสิวกี่ครั้งเห็นผล?

หากเป็นการฉีดสิวจะเห็นผลใน 1-2 วันครับ แต่หากเป็นการรักษาแบบองค์รวมมักจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นใน 2-4 สัปดาห์

เป็นสิวแต่งหน้าได้ไหม?

แต่งได้ครับ แต่ควรเลือกเครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน (Oil-free) และต้องเช็ดล้างหน้าให้สะอาดเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้เกิดการอุดตันเพิ่ม

สรุปบทความ

วิธีรักษาสิวให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคือการผสมผสานระหว่างการดูแลสุขอนามัยพื้นฐาน การรักษาสิวด้วยตัวเองอย่างถูกวิธี และการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์เข้าช่วยในกรณีที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วและถาวร ที่ THE RITZ CLINIC เราพร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบโปรแกรมการรักษาที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ เพื่อให้คุณได้บอกลาปัญหาสิวแบบหายขาด ไม่เป็นซ้ำ และกลับมามีผิวหน้าที่เรียบเนียนสดใสอีกครั้งครับ

หากคุณกำลังกังวลใจเรื่องสิวเรื้อรัง หรือรอยสิวที่รักษายาก ให้ THE RITZ CLINIC ช่วยดูแลคุณด้วยมาตรฐานทางการแพทย์ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อคืนผิวหน้าใสสุขภาพดีกลับมาอีกครั้ง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

เจาะลึกปัญหา “แก้มห้อย แก้มย้อย” เกิดจากอะไร? พร้อมวิธีแก้คืนกรอบหน้าชัด ย้อนวัยให้ดูเด็ก

เจาะลึกปัญหา “แก้มห้อย แก้มย้อย” เกิดจากอะไร? พร้อมวิธีแก้คืนกรอบหน้าชัด ย้อนวัยให้ดูเด็ก

เคยไหมที่ส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าใบหน้าดูเปลี่ยนไป กรอบหน้าที่เคยชัดเริ่มเบลอ แก้มที่เคยยกกระชับกลับดูคล้อยต่ำลงมาจนทำให้หน้าดูบานขึ้น หรือดูเหนื่อยล้าตลอดเวลา ปัญหา “แก้มห้อย แก้มย้อย” เป็นสัญญาณแห่งวัยที่สร้างความกังวลใจให้กับหลายคน เพราะแก้ยากกว่าริ้วรอยทั่วไปและทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัยอย่างเห็นได้ชัด บทความนี้ THE RITZ CLINIC จะพาไปเจาะลึกถึงโครงสร้างผิวชั้นลึกเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง…
เจาะลึกคอลลาเจนช่วยอะไร? เคล็ดลับกู้ผิวเด็ก ย้อนวัยให้ผิวแน่นกระชับ ดูสุขภาพดี

เจาะลึกคอลลาเจนช่วยอะไร? เคล็ดลับกู้ผิวเด็ก ย้อนวัยให้ผิวแน่นกระชับ ดูสุขภาพดี

เมื่อพูดถึงเรื่องผิวสวยดูอ่อนเยาว์ “คอลลาเจน” คือคำศัพท์ที่ทุกคนคุ้นหู แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่าจริง ๆ แล้ว คอลลาเจนช่วยอะไร ทำไมถึงเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ผิวดูเด็ก และเมื่ออายุมากขึ้นทำไมผิวถึงเหี่ยวย่นลง บทความนี้ THE RITZ…
อัลเทอร่าเจ็บไหม? เจ็บระดับไหน? พร้อมวิธีรับมือเพื่อให้การยกกระชับเป็นเรื่องชิล ๆ

อัลเทอร่าเจ็บไหม? เจ็บระดับไหน? พร้อมวิธีรับมือเพื่อให้การยกกระชับเป็นเรื่องชิล ๆ

คำถามยอดฮิตที่มักจะเกิดขึ้นพร้อมกับความอยากหน้าเด็กคือ “ทำอัลเทอร่าเจ็บไหม?” เพราะชื่อเสียงเรื่องความเจ็บของนวัตกรรมยกกระชับระดับตำนานนี้ เป็นสิ่งที่หลายคนได้ยินกันมาหนาหู จนเกิดความลังเลใจ วันนี้ THE RITZ CLINIC จะพาไปไขข้อสงสัยแบบเจาะลึกว่าความเจ็บที่ว่านั้นอยู่ในระดับไหน เกิดจากอะไร และเรามีเทคนิคอะไรบ้างที่จะช่วยให้การยกกระชับผิวกลายเป็นประสบการณ์ที่สบายและชิลกว่าที่คิด…

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ