Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

รักษาสิว

รวมวิธีรักษาสิวให้ได้ผล ผิวเรียบเนียน หายขาด ไม่เป็นซ้ำ ที่คุณควรรู้

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

ปัญหาเรื่องสิวไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่จะมองข้ามได้ เพราะนอกจากความเจ็บปวดและการอักเสบแล้ว สิวตัวร้ายยังมักทิ้งรอยดำ รอยแดง และหลุมสิวไว้เป็นของต่างหน้าให้เราต้องตามแก้ไม่จบสิ้น หลายคนที่พยายามหาวิธีรักษาสิวมานับไม่ถ้วนแต่กลับพบว่าสิวยังวนเวียนกลับมาเป็นซ้ำที่เดิม นั่นอาจเป็นเพราะคุณยังไม่รู้วิธีการดูแลที่ถูกต้อง วันนี้ THE RITZ CLINIC จะมาเผยทุกแนวทางการดูแลผิวให้กลับมาเรียบเนียนสดใสแบบหายขาดและไม่เป็นซ้ำ เพื่อคืนความมั่นใจให้คุณอีกครั้งครับ

สิวคืออะไร?

รักษาสิว

สิว (Acne) คือภาวะอักเสบของผิวหนังที่เกิดจากการอุดตันของน้ำมัน (Sebum) และเซลล์ผิวที่ตายแล้วบริเวณรูขุมขน โดยส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในบริเวณที่มีต่อมไขมันหนาแน่น เช่น ใบหน้า หน้าอก และแผ่นหลัง เมื่อเกิดการอุดตันจะกลายเป็นสิวอุดตัน (Comedones) และหากมีการติดเชื้อแบคทีเรีย C.acnes ร่วมกับกระบวนการอักเสบของร่างกาย ก็จะพัฒนาเป็นสิวอักเสบที่มีลักษณะเป็นตุ่มแดงหรือหัวหนอง ซึ่งหากไม่รู้วิธีรักษาสิวที่ถูกวิธีก็อาจทำให้การอักเสบลุกลามได้ครับ

สิวมีกี่ประเภท?

การแยกแยะประเภทของสิวคือหัวใจสำคัญของการเลือกวิธีรักษาที่ตรงจุดครับ โดยปกติแล้วเราสามารถแบ่งสิวออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

1. สิวไม่อักเสบ หรือ สิวอุดตัน (Comedones)

เกิดจากการอุดตันของน้ำมันและเซลล์ผิวเก่าที่ปากรูขุมขน แบ่งออกเป็น:

  • สิวหัวดำ (Open Comedones): เป็นสิวอุดตันหัวเปิดที่สัมผัสกับอากาศจนเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นทำให้เห็นเป็นจุดสีดำ
  • สิวหัวขาว (Closed Comedones): เป็นสิวอุดตันหัวปิดที่ปกคลุมด้วยผิวหนัง เห็นเป็นตุ่มนูนสีขาวเล็กๆ ซึ่งหากดูแลไม่ดีมักจะพัฒนาไปเป็นสิวอักเสบได้ง่าย

2. สิวอักเสบ (Inflammatory Acne)

เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย C.acnes และกระบวนการอักเสบของร่างกาย แบ่งตามความรุนแรงได้แก่:

  • สิวตุ่มแดง (Papules): ตุ่มแดงขนาดเล็ก ไม่ค่อยเห็นหัวหนอง มักมีอาการเจ็บเล็กน้อย
  • สิวหัวหนอง (Pustules): ตุ่มอักเสบแดงที่เห็นหัวหนองสีขาวชัดเจนอยู่ด้านบน
  • สิวอักเสบแดงก้อนลึก (Nodules): หรือที่เรียกกันว่าสิวไต มีลักษณะเป็นก้อนแข็งสีแดงขนาดใหญ่ใต้ผิว กดแล้วเจ็บมาก มักไม่มีหัวสิวโผล่พ้นผิว
  • สิวหัวช้าง (Cysts): สิวอักเสบที่มีความรุนแรงสูงสุด เป็นตุ่มหนองปนเลือดขนาดใหญ่และลึก มักทิ้งหลุมสิวถาวรไว้หลังหาย

สาเหตุของการเกิดสิว

รักษาสิว

การจะรักษาสิวให้เห็นผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ เราต้องทำความเข้าใจปัจจัยต้นเหตุเหล่านี้ก่อนครับ

1. การผลิตน้ำมันที่มากเกินไป

ต่อมไขมันใต้ผิวหนังทำหน้าที่ผลิตน้ำมันเพื่อหล่อเลี้ยงผิวให้ชุ่มชื้น แต่หากร่างกายมีการผลิตน้ำมันออกมามากเกินความจำเป็น (Sevorrhea) จากปัจจัยทางพันธุกรรมหรือสภาพอากาศที่ร้อนชื้น น้ำมันส่วนเกินเหล่านี้จะกลายเป็นสารตั้งต้นสำคัญที่เข้าไปสะสมในรูขุมขน และเมื่อรวมตัวกับสิ่งสกปรกภายนอก จึงเกิดเป็นจุดเริ่มต้นของการอุดตันที่รักษายาก

2. การอุดตันของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว 

โดยปกติผิวหนังจะมีการผลัดเซลล์ผิวเก่าออกตามรอบวงจรธรรมชาติ แต่ในผู้ที่เป็นสิวง่าย กระบวนการนี้มักทำงานผิดปกติ เซลล์ผิวที่ตายแล้วไม่ยอมหลุดลอกออกไปแต่กลับไปเกาะกลุ่มรวมตัวกับไขมันภายในรูขุมขน จนกลายเป็นก้อนอุดตันแข็งๆ หรือที่เรียกว่า Microcomedone ซึ่งเป็นตัวการหลักที่ทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน

3. การเจริญเติบโตของแบคทีเรียก่อสิว

ภายในรูขุมขนที่อุดตันและไม่มีอากาศถ่ายเท คือสภาพแวดล้อมที่แบคทีเรีย Cutibacterium acnes (C.acnes) ชื่นชอบมากที่สุด แบคทีเรียชนิดนี้จะใช้ไขมันที่อุดตันเป็นอาหารและเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งปล่อยสารที่กระตุ้นให้ร่างกายส่งเม็ดเลือดขาวเข้ามาจัดการ จนเกิดเป็นกระบวนการอักเสบ บวม แดง และเป็นหนองตามมา

4. การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน

ฮอร์โมนกลุ่มแอนโดรเจน (Androgens) มีผลโดยตรงต่อการกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานหนักขึ้น เราจึงมักพบปัญหาสิวได้มากในช่วงวัยรุ่น ช่วงที่มีรอบเดือน หรือในผู้ที่มีภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนนี้มักทำให้เกิดสิวบริเวณคางและกรอบหน้า ซึ่งหากไม่รักษาสิวที่ต้นเหตุของฮอร์โมน สิวก็มักจะกลับมาเป็นซ้ำทุกเดือน

5. พฤติกรรมการใช้ชีวิตและปัจจัยกระตุ้นภายนอก

นอกจากปัจจัยภายในแล้ว ไลฟ์สไตล์ก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ความเครียดสะสมที่กระตุ้นการหลั่งคอร์ติซอล, การพักผ่อนไม่เพียงพอที่ทำให้ผิวฟื้นฟูได้ช้า, รวมถึงการสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ และการใช้สกินแคร์ที่ทำความสะอาดได้ไม่หมดจด ล้วนเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลงและเกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น

10 วิธีรักษาสิวด้วยตัวเอง ทำง่าย เห็นผลจริง

สำหรับใครที่เริ่มมีปัญหาสิวและต้องการดูแลในระยะเริ่มต้น นี่คือ 10 ขั้นตอนการรักษาสิวด้วยตัวเองที่ทำตามได้ง่ายและได้ผลจริงครับ

  1. เช็ดล้างเครื่องสำอางให้หมดจด: ใช้คลีนซิ่งเช็ดหน้าก่อนล้างหน้าทุกครั้ง แม้จะทาเพียงแค่ครีมกันแดดก็ตาม
  2. ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง: ใช้ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยน ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงจนเกินไปเพื่อรักษาความสมดุลของน้ำมันบนผิว
  3. ใช้ยาทากลุ่ม Benzoyl Peroxide: ทาก่อนล้างหน้าทิ้งไว้ 5-10 นาทีเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อสิว
  4. แต้มสิวด้วย Salicylic Acid (BHA): ช่วยสลายสิ่งอุดตันในรูขุมขนและลดการอักเสบของสิวหัวเปิด
  5. ทามอยส์เจอไรเซอร์สม่ำเสมอ: เลือกสูตรที่ระบุว่า Non-Comedogenic เพื่อป้องกันผิวขาดน้ำจนผลิตน้ำมันเพิ่ม
  6. เลือกใช้ยากินกลุ่มซิงค์ (Zinc): การรับประทานอาหารเสริมซิงค์ช่วยลดการอักเสบและช่วยให้แผลสิวหายเร็วขึ้น
  7. ทาครีมกันแดดสูตรคุมมัน: ป้องกันรอยสิวคล้ำลงจากแสงแดด โดยเลือกสูตรที่ไม่อุดตันรูขุมขน
  8. เปลี่ยนปลอกหมอนบ่อยๆ: เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรียที่ต้องสัมผัสใบหน้าเวลานอน
  9. งดการบีบหรือแกะสิว: เพราะจะทำให้ผนังรูขุมขนแตกและอักเสบลึกขึ้นจนกลายเป็นสิวไตหรือหลุมสิว
  10. ปรับการกินลดน้ำตาลและของมัน: อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูงมีส่วนกระตุ้นการเกิดสิวในบางรายได้ครับ

6 วิธีรักษาสิวเร่งด่วน เห็นผลไว ได้ผลจริง

รักษาสิว

ในกรณีที่ต้องการความรวดเร็วและจัดการปัญหาให้จบแบบทันใจ การทำหัตถการโดยแพทย์คือคำตอบที่ดีที่สุดครับ ซึ่งที่ THE RITZ CLINIC เรามีนวัตกรรมที่ช่วยให้คุณกลับมาหน้าใสได้เร็วขึ้น ดังนี้

1. Pico Laser (Discovery Pico)

Picosecond Laser คือเทคโนโลยีเลเซอร์ความเร็วสูงระดับ Picosecond ที่โดดเด่นในการจัดการเม็ดสีและปรับสภาพผิว โดยเฉพาะโหมด Pico Toning ที่จะเข้าไปทำลายเม็ดสีส่วนเกินที่เกิดจากการอักเสบ ช่วยลดรอยแดงและรอยดำจากสิวให้จางลงอย่างรวดเร็ว และหากสิวทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ โหมด Pico Scar จะทำหน้าที่สร้างโพรงอากาศเล็กๆ ใต้ผิว เพื่อตัดพังผืดและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้เนื้อเยื่อหลุมสิวตื้นขึ้นและผิวกลับมาเรียบเนียนสม่ำเสมอ

2. Accure Acne Laser

นี่คือนวัตกรรมระดับโลกที่เปลี่ยนวงการรักษาสิวอย่างแท้จริง โดยใช้พลังงานเลเซอร์ความยาวคลื่น 1726 nm ซึ่งเป็นช่วงความยาวคลื่นที่ต่อมไขมันดูดซับพลังงานได้ดีที่สุด พลังงานจะลงไปทำให้ต่อมไขมันที่ทำงานผิดปกติฝ่อตัวลงและลดขนาดลงอย่างถาวร เมื่อต้นตอการผลิตน้ำมันส่วนเกินถูกควบคุม โอกาสการเกิดสิวใหม่จึงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยลดปัญหาการเป็นสิวเรื้อรังซ้ำซากได้อย่างดีเยี่ยม

3. การฉีดลดการอักเสบ

สำหรับสิวอักเสบเม็ดใหญ่ที่เป็นไตแข็งและเจ็บปวด การฉีดตัวยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) ในปริมาณที่เจือจางและแม่นยำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยยับยั้งกระบวนการอักเสบของร่างกายในบริเวณนั้นได้ทันที ทำให้สิวยุบตัวลงและหายเจ็บได้ภายใน 24-48 ชั่วโมง วิธีนี้ยังช่วยลดความเสียหายของเนื้อเยื่อใต้ผิว ซึ่งเป็นการป้องกันการเกิดแผลเป็นหลุมสิวในอนาคตได้ดีที่สุด

4. การกดสิวโดยผู้เชี่ยวชาญ 

การเอาหัวสิวอุดตันออกอย่างถูกวิธีคือขั้นตอนสำคัญในการป้องกันสิวอักเสบ ที่ THE RITZ CLINIC เราใช้เครื่องมือที่ผ่านการฆ่าเชื้อมาตรฐานการแพทย์และเทคนิคการกดที่นุ่มนวล เพื่อเคลียร์สิ่งอุดตันในรูขุมขนออกให้หมดจดโดยไม่ทำให้ผิวเกิดการช้ำหรืออักเสบเพิ่ม ลดโอกาสที่สิวอุดตันจะลุกลามกลายเป็นสิวอักเสบติดเชื้อในระยะยาว

5. โปรแกรมเพื่อผิวหน้าฉ่ำวาว

การฟื้นฟูผิวหลังการอักเสบมีความสำคัญไม่แพ้การรักษาตัวสิว การเติมวิตามิน แร่ธาตุ และอาหารผิวเข้มข้นผ่าน โปรแกรมเพื่อผิวหน้าฉ่ำวาว จะช่วยสร้างความแข็งแรงให้เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) เมื่อโครงสร้างผิวชั้นนอกแข็งแรงและมีความชุ่มชื้นที่สมดุล ผิวจะทนทานต่อแบคทีเรียและมลภาวะได้มากขึ้น ส่งผลให้ผิวหน้าดูใส สุขภาพดี และลดความถี่ในการเกิดสิวใหม่

6. การทำทรีตเมนต์ผลัดเซลล์ผิว (Chemical Peel)

เป็นการใช้สารสกัดกลุ่มกรดผลไม้ (เช่น AHA หรือ BHA) ในความเข้มข้นระดับการแพทย์ เพื่อช่วยสลายพันธะระหว่างเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไปอย่างสม่ำเสมอ การทำ Chemical Peel ไม่เพียงแต่ช่วยลดการอุดตันในรูขุมขนที่เป็นต้นเหตุของสิว แต่ยังช่วยปรับสีผิวให้ดูสว่างขึ้นและลดรอยสิวตื้นๆ ให้จางลงเร็วกว่าการทาครีมปกติหลายเท่าตัว

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดสิว

การป้องกันย่อมดีกว่าการตามแก้เสมอครับ คุณสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดสิวใหม่และรักษาสภาพผิวให้แข็งแรงได้ด้วยวิธีดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า: มือของเราเป็นแหล่งรวมแบคทีเรียและสิ่งสกปรก การจับ ลูบ หรือเท้าคางระหว่างวัน จะเป็นการนำเชื้อโรคเข้าสู่รูขุมขนโดยตรงและกระตุ้นการอักเสบได้ง่ายขึ้น
  • เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสม: ตรวจสอบสภาพผิวตัวเองว่าเป็นผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวผสม เพื่อเลือกใช้สกินแคร์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ และต้องระบุว่า “Oil-free” หรือ “Non-Comedogenic” เพื่อป้องกันการอุดตันสะสม
  • รักษาความสะอาดอุปกรณ์ที่สัมผัสใบหน้า: แปรงแต่งหน้า ฟองน้ำ และหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ควรทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละครั้ง เพื่อลดการสะสมของคราบไขมันและแบคทีเรียที่อาจกลับมาทำร้ายผิว
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ: การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวจากภายใน และช่วยให้กระบวนการขับของเสียในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผิวพรรณดูสดใสและแข็งแรงขึ้น
  • จัดการกับความเครียดและพักผ่อน: ความเครียดกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนที่ส่งผลต่อต่อมไขมัน การเข้านอนก่อนเวลา 22.00 น. จะช่วยให้ร่างกายหลั่ง Growth Hormone ออกมาซ่อมแซมผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เคล็ดลับทำให้สิวหายขาด ไม่เป็นซ้ำ

หัวใจสำคัญของการทำให้สิวหายขาดคือการ “รักษาเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง” (Skin Barrier Restoration) ครับ หลายคนมุ่งเน้นแต่การใช้ยาแต้มสิวแรงๆ หรือยาผลัดเซลล์ผิวต่อเนื่องจนผิวแห้งลอกและระคายเคือง ซึ่งการทำเช่นนั้นจะยิ่งทำให้ผิวอ่อนแอลงและกลับมาเป็นสิวใหม่ได้ง่ายกว่าเดิม

เคล็ดลับจาก THE RITZ CLINIC คือการ “รักษาอาการอักเสบควบคู่ไปกับการฟื้นฟู” เมื่อสิวเริ่มยุบลง เราแนะนำให้เติมสารอาหารผิวผ่าน โปรแกรมเพื่อผิวหน้าฉ่ำวาว เพื่อบำรุงผิวให้มีความชุ่มชื้นที่สมดุลและแข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก เมื่อโครงสร้างผิวของคุณมีความสมดุล แบคทีเรียก่อสิวจะเติบโตได้ยากขึ้น และผิวจะสามารถรับมือกับปัจจัยกระตุ้นภายนอกได้ดีขึ้น ซึ่งนี่คือหนทางสู่การรักษาสิวให้หายขาดแบบยั่งยืนที่สุดครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

รักษาสิวด้วยตัวเองได้ไหม?

ได้ในกรณีที่เป็นสิวระดับน้อยถึงปานกลางครับ แต่หากเริ่มเป็นสิวอักเสบก้อนใหญ่หรือเป็นเรื้อรัง การพบแพทย์จะช่วยลดโอกาสเกิดหลุมสิวได้ดีกว่า

รอยสิว รอยดำ รอยแดง แก้ยังไง?

สามารถใช้เลเซอร์กลุ่ม Pico Laser เพื่อทำลายเม็ดสีส่วนเกิน หรือใช้การบำรุงใน โปรแกรมเพื่อผิวหน้าฉ่ำวาว เพื่อช่วยฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใสสม่ำเสมอ

รักษาสิวกี่ครั้งเห็นผล?

หากเป็นการฉีดสิวจะเห็นผลใน 1-2 วันครับ แต่หากเป็นการรักษาแบบองค์รวมมักจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นใน 2-4 สัปดาห์

เป็นสิวแต่งหน้าได้ไหม?

แต่งได้ครับ แต่ควรเลือกเครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน (Oil-free) และต้องเช็ดล้างหน้าให้สะอาดเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้เกิดการอุดตันเพิ่ม

สรุปบทความ

วิธีรักษาสิวให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคือการผสมผสานระหว่างการดูแลสุขอนามัยพื้นฐาน การรักษาสิวด้วยตัวเองอย่างถูกวิธี และการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์เข้าช่วยในกรณีที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วและถาวร ที่ THE RITZ CLINIC เราพร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบโปรแกรมการรักษาที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ เพื่อให้คุณได้บอกลาปัญหาสิวแบบหายขาด ไม่เป็นซ้ำ และกลับมามีผิวหน้าที่เรียบเนียนสดใสอีกครั้งครับ

หากคุณกำลังกังวลใจเรื่องสิวเรื้อรัง หรือรอยสิวที่รักษายาก ให้ THE RITZ CLINIC ช่วยดูแลคุณด้วยมาตรฐานทางการแพทย์ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อคืนผิวหน้าใสสุขภาพดีกลับมาอีกครั้ง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

เติมเต็มการดูแลสุขภาพในแต่ละวัน ด้วยการเลือกวิตามินและสารอาหารอย่างใส่ใจ ทั้งชนิด ปริมาณ และช่วงเวลารับประทาน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย

Personalized Vitamin คืออะไร?

Personalized Vitamin คือวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทานที่แพทย์ออกแบบเฉพาะบุคคล โดยพิจารณาผลตรวจเลือด (link ไปหน้าเจาะเลือด) ร่วมกับข้อมูลสุขภาพ เพื่อเลือกเสริมสิ่งที่พบว่าขาดหรือมีระดับไม่เพียงพอ พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความเหมาะสม

แพทย์จะพิจารณาชนิด ปริมาณ และช่วงเวลารับประทานจากผลตรวจและความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อให้การเสริมวิตามินมีเป้าหมายชัดเจน และเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน

การเลือกวิตามิน เริ่มต้นจากข้อมูลสุขภาพของคุณ

Personalized Vitamin เหมาะกับใคร?

เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการให้แพทย์ใช้ผลตรวจเลือดและข้อมูลสุขภาพประกอบการวางแผนเสริมวิตามินและสารอาหาร โดยเฉพาะผู้ที่ตรวจพบภาวะขาดหรือมีระดับสารอาหารไม่เพียงพอ

ความเหมาะสมของการรับบริการ รวมถึงชนิดและปริมาณที่ควรรับประทาน ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ในแต่ละบุคคล

แผนดูแลที่ต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน

แพ็กเกจ Personalized Vitamin มีระยะเวลาการดูแลให้เลือก 1, 3 หรือ 6 เดือน

มีการจัดปริมาณวิตามินสำหรับรับประทานเป็น วันละ 5, 6 หรือ 7 แคปซูล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาปริมาณที่เหมาะสมจากผลตรวจเลือด ภาวะขาดวิตามินและสารอาหาร รวมถึงความต้องการด้านสุขภาพของคุณ

ระหว่างการดูแล แพทย์จะติดตามผลและทบทวนแผน เพื่อให้การรับประทานวิตามินสอดคล้องกับภาวะสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป

จากผลตรวจ สู่แผนวิตามินเฉพาะคุณ

THE RITZ WELLNESS แพทย์จะวิเคราะห์ผลตรวจเลือด ร่วมกับประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายของคุณ เพื่อเลือกวิตามินและสารอาหาร พร้อมกำหนดปริมาณและช่วงเวลารับประทานที่เหมาะสม นำไปสู่แผนดูแลเฉพาะบุคคลที่ปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความจำเป็น

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับบริการ?

ควรเตรียมผลตรวจสุขภาพที่ผ่านมา ประวัติโรคประจำตัว รวมถึงรายการยา วิตามิน และอาหารเสริมที่ใช้อยู่ เพื่อให้แพทย์มีข้อมูลประกอบการประเมินและวางแผนดูแล

สามารถติดต่อทีมดูแลเพื่อสอบถามรายละเอียดก่อนนัดรับบริการได้

คำถามที่พบบ่อย

1.ทุกคนได้รับวิตามินเหมือนกันหรือไม่?

ชนิดและปริมาณวิตามินขึ้นอยู่กับผลตรวจเลือด ข้อมูลสุขภาพ และความต้องการของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาแผนที่เหมาะสม

2.ต้องตรวจเลือดก่อนหรือไม่?

แนวทาง Personalized Vitamin ของ THE RITZ ใช้ผลตรวจเลือด ร่วมกับข้อมูลสุขภาพประกอบการออกแบบแผน แพทย์จะพิจารณาการตรวจที่เหมาะสมก่อนกำหนดวิตามินและสารอาหารสำหรับคุณ

3.ต้องรับประทานวันละกี่แคปซูล?

ปริมาณสำหรับแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับการประเมินและคำแนะนำของแพทย์

4.มีระยะเวลาการดูแลให้เลือกอย่างไร?

มีแพ็กเกจ 1, 3 และ 6 เดือน สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกแผนที่สอดคล้องกับความต้องการของคุณ

5.Personalized Vitamin ต่างจาก Personalized IV Therapy อย่างไร?

Personalized Vitamin เป็นวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทาน ส่วน Personalized IV Therapy เป็นการนำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป แพทย์จะพิจารณาแนวทางตามข้อมูลสุขภาพและความจำเป็นของแต่ละบุคคล

ใส่ใจสุขภาพของคุณในทุกวัน

ให้การรับประทานวิตามินเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลที่พิจารณาจากข้อมูลสุขภาพ พร้อมคำแนะนำและการติดตามโดยแพทย์ผ่าน Personalized Vitamin ที่ THE RITZ WELLNESS

Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

เติมเต็มการดูแลสุขภาพด้วยวิตามินและสารอาหาร สูตรที่ออกแบบเฉพาะคุณ พร้อมการวางแผนและติดตามโดยแพทย์ในทุกขั้นตอน

Personalized IV Therapy คืออะไร?

Personalized IV Therapy  คือการนำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป ด้วยสูตรที่แพทย์ออกแบบจากผลตรวจสุขภาพ ประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายในการดูแล พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

สูตรวิตามินดริป ออกแบบจากข้อมูลอะไรบ้าง?

Personalized IV Therapy เหมาะกับใคร?

เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพอย่างตรงจุดและแม่นยำ โดยการนำข้อมูลสุขภาพมาใช้ประกอบการวางแผนดูแลด้วยวิตามินดริป ภายใต้การประเมินและคำแนะนำของแพทย์ก่อนรับบริการ

สำหรับผู้ที่เข้ารับการตรวจสุขภาพ แพทย์สามารถนำผลตรวจมาพิจารณาร่วมกับประวัติสุขภาพและเป้าหมาย เพื่อประเมินว่า Personalized IV Therapy เหมาะเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลหรือไม่

แผนการดูแลที่เลือกได้ตามความเหมาะสม

แพ็กเกจ Personalized IV Therapy มีจำนวนการรับบริการให้เลือก 4, 12 และ 24 ครั้ง

แพทย์จะพิจารณาสูตรและความถี่ในการรับบริการตามภาวะสุขภาพและความต้องการของแต่ละบุคคล พร้อมทบทวนแผนระหว่างการดูแลอย่างต่อเนื่อง

สามารถสอบถามทีมดูแลเกี่ยวกับรายละเอียดแพ็กเกจและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจรับบริการ

จากผลตรวจ สู่สูตรวิตามินดริปเฉพาะคุณ

THE RITZ WELLNESS แพทย์จะวิเคราะห์ผลตรวจเลือด ร่วมกับประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายของคุณ เพื่อเลือกส่วนประกอบและออกแบบสูตรวิตามินดริป พร้อมกำหนดความถี่ในการรับบริการให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยติดตามผลและปรับแผนตามการตอบสนองของร่างกายอย่างต่อเนื่อง

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับบริการ?

กรุณาติดต่อทีมดูแลเพื่อรับคำแนะนำก่อนนัดหมาย และเตรียมข้อมูลประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่ รวมถึงผลตรวจสุขภาพที่ผ่านมา

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ประเมินและวางแผนดูแลได้สอดคล้องกับภาวะสุขภาพของคุณ

คำถามที่พบบ่อย

1.ทุกคนได้รับสูตรวิตามินเหมือนกันหรือไม่?

แพทย์พิจารณาส่วนประกอบและสูตรจากผลตรวจ ภาวะสุขภาพ และความต้องการของแต่ละบุคคล สูตรที่ใช้จึงขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

2.ต้องตรวจเลือดก่อนหรือไม่?

การทำ Personalized IV Therapy ของ THE RITZ Wellness  จะใช้ผล Vitality Blood Check หรือ ผลเลือด ร่วมกับข้อมูลสุขภาพประกอบการออกแบบสูตร โดยแพทย์จะพิจารณาการตรวจที่เหมาะสมก่อนวางแผนดูแล

3.ต้องรับบริการบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพ เป้าหมาย และการตอบสนองของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาแผนที่เหมาะสม

4.มีแพ็กเกจให้เลือกกี่ครั้ง?

มีแพ็กเกจ 4, 12 และ 24 ครั้ง สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกแผนและความถี่ที่เหมาะกับคุณ

5.Personalized IV Therapy ต่างจาก Personalized Vitamin อย่างไร?

Personalized IV Therapy นำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป ส่วน Personalized Vitamin  เป็นวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทาน แพทย์จะพิจารณาแต่ละแนวทางตามข้อมูลสุขภาพและความจำเป็นของคุณ

เริ่มต้นจากความเข้าใจ สู่การดูแลเฉพาะคุณ

นำข้อมูลสุขภาพมาเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแล พร้อมให้แพทย์พิจารณาสูตรวิตามินดริปที่เหมาะสมกับคุณผ่าน Personalized IV Therapy ที่ THE RITZ WELLNESS

Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

การทำความเข้าใจข้อมูลจาก DNA ช่วยให้คุณรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น เพื่อนำไปประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพที่เหมาะกับคุณในระยะยาว

Vitality DNA Code คืออะไร?

Vitality DNA Code คือ คือโปรแกรมตรวจวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรมจากตัวอย่างน้ำลาย เพื่อทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของร่างกาย เช่นด้านผิวพรรณ โภชนาการ การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกาย 

ผลการตรวจแสดงแนวโน้มทางพันธุกรรมในด้านต่าง ๆ เพื่อให้แพทย์นำมาพิจารณาร่วมกับประวัติสุขภาพ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และเป้าหมายของคุณ ก่อนให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพและปรับไลฟ์สไตล์อย่างเหมาะสม

ข้อมูลจาก DNA ช่วยให้เข้าใจอะไรเกี่ยวกับตัวคุณ?

ข้อมูลต่อไปนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ DNA ซึ่งยังครอบคลุมด้านอื่น ๆ ตามแพ็กเกจที่เลือก

Vitality-DNA-Code

ผิวพรรณและความงาม

สำรวจแนวโน้มทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับผิวพรรณ เช่น การเกิดริ้วรอย จุดด่างดำ กระ สิว และความไวต่อแสงแดด เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแนวทางดูแลผิวเฉพาะบุคคล

สารอาหารและโภชนาการ

ทำความเข้าใจแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับวิตามิน แร่ธาตุ ความไวต่ออาหารบางประเภท และพฤติกรรมการบริโภค เพื่อให้แพทย์ใช้ประกอบคำแนะนำด้านโภชนาการร่วมกับข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

การควบคุมน้ำหนัก

สำรวจข้อมูลทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำหนักและการตอบสนองต่อแนวทางควบคุมน้ำหนัก เช่น รูปแบบอาหารและการออกกำลังกาย เพื่อประกอบการวางแผนที่สอดคล้องกับเป้าหมายของคุณ

การออกกำลังกายและการฟื้นตัว

ทำความเข้าใจแนวโน้มด้านสมรรถภาพ ความแข็งแรง ความทนทาน และการฟื้นตัวหลังออกกำลังกาย เพื่อใช้ประกอบการวางแนวทางดูแลให้เหมาะกับรูปแบบกิจกรรมของแต่ละบุคคล

การนอนหลับและไลฟ์สไตล์

สำรวจแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับ การจัดการความเครียด และลักษณะเฉพาะบางด้าน เพื่อประกอบการทำความเข้าใจพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของคุณ

แนวโน้มความเสี่ยงด้านสุขภาพ

รับข้อมูลแนวโน้มทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงสุขภาพตามแพ็กเกจที่เลือก โดยแพทย์จะอธิบายผลและพิจารณาร่วมกับข้อมูลสุขภาพของแต่ละบุคคล

เลือกแพ็กเกจให้เหมาะกับสิ่งที่คุณต้องการดูแล

Vitality DNA Code มีให้เลือก 2 แพ็กเกจ โดยมีขอบเขตการวิเคราะห์แตกต่างกัน

1.DNA Skin Test
เข้าใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ พร้อมข้อมูลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้อง

DNA skin test

แพ็กเกจตรวจ 13 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ เช่น การเกิดริ้วรอยและสิว พร้อมข้อมูลด้านอื่นๆ เช่น  วิตามินและแร่ธาตุ โภชนาการ การออกกำลังกาย การดูแลน้ำหนัก การนอนหลับ ภูมิแพ้ และหมวดอื่น ๆ ตามรายการของแพ็กเกจ

ข้อมูลจากการตรวจนำมาใช้ประกอบการวางแนวทางดูแลผิวและสุขภาพร่วมกับแพทย์ โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะบุคคล

2.Premium DNA Test
สำรวจข้อมูลพันธุกรรมด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น

แพ็กเกจตรวจ 28 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสำรวจแนวโน้มทางพันธุกรรมด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ในขอบเขตที่กว้างขึ้น

แพทย์จะช่วยอธิบายข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายสุขภาพของคุณ เพื่อนำไปประกอบการวางแผนดูแลตนเองในระยะยาว

จากรหัสพันธุกรรม สู่เส้นทางดูแลสุขภาพของคุณ 

THE RITZ WELLNESS การดูแลเริ่มต้นจากการรับฟังสิ่งที่คุณต้องการ ประเมินประวัติสุขภาพ และทำความเข้าใจไลฟ์สไตล์ ก่อนเลือกการตรวจที่เหมาะสม

เมื่อได้รับผลตรวจ แพทย์จะอธิบายข้อมูลและพิจารณาร่วมกับบริบทสุขภาพของคุณ เพื่อนำไปประกอบคำแนะนำด้านการดูแลผิว โภชนาการ การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิต รวมถึงพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีข้อมูลสุขภาพหรือตรวจเพิ่มเติมหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

1.การตรวจใช้ตัวอย่างอะไร?

Vitality DNA Code ใช้ตัวอย่างน้ำลายสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรม โดยทีมดูแลจะแนะนำขั้นตอนการเก็บตัวอย่างก่อนรับบริการ

2.DNA Skin Test กับ Premium DNA Test ต่างกันอย่างไร?

DNA Skin Test มี 13 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ พร้อมข้อมูลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้อง ส่วน Premium DNA Test มี 28 รายการ โดยเพิ่มขอบเขตการวิเคราะห์ด้านสุขภาพและข้อมูลทางพันธุกรรมอื่น ๆ

3.ตรวจ DNA ต่างจากตรวจเลือดอย่างไร?

Vitality DNA Code มุ่งวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรม ส่วน Vitality Blood Check ประเมินตัวชี้วัดสุขภาพจากเลือดตามโปรแกรมที่เลือก แพทย์จะพิจารณาว่าข้อมูลใดเหมาะกับความต้องการและเป้าหมายสุขภาพของคุณ

4.ต้องเตรียมตัวอย่างไร และใช้เวลารอผลนานเท่าไร?

กรุณาสอบถามทีมดูแลเกี่ยวกับการเตรียมตัว ขั้นตอนเก็บตัวอย่าง และระยะเวลารอผลก่อนนัดรับบริการ

เข้าใจตัวคุณมากขึ้น เริ่มต้นวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม

ค้นพบข้อมูลทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและไลฟ์สไตล์ของคุณ พร้อมให้แพทย์ช่วยอธิบายผลและวางแนวทางดูแลเฉพาะบุคคลกับ THE RITZ WELLNESS

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ