Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

Niacinamide หรือไนอาซินาไมด์

ไนอาซินาไมด์ (Niacinamide) คืออะไร มีประโยชน์กับผิวยังไงบ้าง

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

หากคุณเป็นสายสกินแคร์ เชื่อว่าต้องเคยเห็นหรือได้ยินชื่อไนอาซินาไมด์ (Niacinamide) ผ่านตากันมาอย่างแน่นอน เพราะนี่คือหนึ่งในส่วนผสม “All-star” ที่พบได้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแทบทุกชนิด ตั้งแต่เซรั่มลดสิวไปจนถึงครีมลดเลือนริ้วรอย แต่ไนอาซินาไมด์คืออะไรกันแน่? และมีประโยชน์ต่อผิวอย่างไรบ้าง? วันนี้ The Ritz Clinic จะมาเจาะลึกทุกแง่มุมของส่วนผสมยอดฮิตนี้ในมุมมองของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญครับ

Niacinamide (ไนอาซินาไมด์) คืออะไร?

Niacinamide หรือไนอาซินาไมด์

Niacinamide หรือไนอาซินาไมด์ก็คือ วิตามิน B3 ในรูปแบบที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ ซึ่งเป็นวิตามินชนิดที่ละลายน้ำได้ (Water-soluble) และมีความจำเป็นต่อการทำงานของเซลล์ในร่างกายรวมถึงเซลล์ผิวหนังไนอาซินาไมด์มีความโดดเด่นอย่างมากในวงการแพทย์ผิวหนัง เนื่องจากเป็นส่วนผสมที่มีความเสถียรสูง ทนต่อแสงและความร้อนได้ดี และที่สำคัญคือมีงานวิจัยรองรับมากมายถึงคุณประโยชน์ที่หลากหลายต่อผิวพรรณ

5 คุณประโยชน์หลักของ Niacinamide ที่แพทย์ผิวหนังแนะนำ

ความพิเศษของไนอาซินาไมด์ที่ทำให้แพทย์ผิวหนังและผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณทั่วโลกแนะนำ คือคุณสมบัติที่หลากหลาย (Multi-functional) สามารถดูแลผิวได้หลายมิติพร้อมกัน และอ่อนโยนพอที่จะใช้ได้กับทุกสภาพผิว โดย 5 คุณประโยชน์หลักที่ได้รับการยอมรับ มีดังนี้

1. ช่วยลดการอักเสบและลดสิว

ไนอาซินาไมด์ มีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory) ที่ดีเยี่ยม จึงช่วยลดอาการแดง การระคายเคือง และการอักเสบของสิวได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ไนอาซินาไมด์เป็นส่วนผสมที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่ายหรือมีผิวบอบบางแพ้ง่าย

2. ควบคุมความมัน

สำหรับผู้ที่มีผิวมันไนอาซินาไมด์ถือเป็นฮีโร่ตัวจริง เพราะมีงานวิจัยพบว่าสามารถช่วยปรับสมดุลและลดการผลิตน้ำมัน (Sebum) ส่วนเกินบนใบหน้าได้ เมื่อความมันลดลง โอกาสในการเกิดการอุดตันและปัญหารูขุมขนกว้างก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย

3. เสริมสร้างเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ให้แข็งแรง

Niacinamide หรือไนอาซินาไมด์

นี่คือหนึ่งในคุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของไนอาซินาไมด์โดยจะเข้าไปกระตุ้นให้ผิวสร้างเซราไมด์ (Ceramides) และกรดไขมันที่จำเป็น ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเกราะป้องกันผิว เมื่อเกราะป้องกันผิวแข็งแรงขึ้น ผิวจะสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้ดีขึ้น และทนทานต่อปัจจัยกระตุ้นภายนอก เช่น มลภาวะ ได้ดียิ่งขึ้น

4. ลดเลือนรอยดำ รอยแดง และปรับผิวให้กระจ่างใส

ไนอาซินาไมด์ มีความสามารถในการยับยั้งการขนส่งเม็ดสีเมลานินจากเซลล์สร้างเม็ดสีไปยังเซลล์ผิวชั้นบน จึงช่วยลดเลือนรอยดำ รอยแดงที่เกิดจากสิว และปรับสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอให้ดูกระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. ต่อต้านอนุมูลอิสระและชะลอริ้วรอย

ไนอาซินาไมด์ ยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ที่ดี ช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายของอนุมูลอิสระที่มาจากแสงแดดและมลภาวะ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของริ้วรอยที่ทำให้หน้าแก่ก่อนวัย นอกจากนี้ การที่มันช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนยังส่งผลให้ริ้วรอยเล็กๆ ดูจางลงได้อีกด้วย

การใช้ Niacinamide ร่วมกับการรักษาทางคลินิก

Niacinamide หรือไนอาซินาไมด์

ไนอาซินาไมด์ ไม่ได้มีประโยชน์แค่ในสกินแคร์รูทีนที่บ้านเท่านั้น แต่ในทางการแพทย์ไนอาซินาไมด์ยังเป็นส่วนผสมที่ยอดเยี่ยมในการใช้ควบคู่ไปกับการทำหัตถการหรือการรักษาผิวโดยแพทย์ เพื่อช่วยส่งเสริมผลลัพธ์การรักษาและฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

การใช้ Niacinamide เพื่อรักษาสิว

สำหรับผู้ที่อยู่ในระหว่างการรักษาสิว ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาทาหรือการทำเลเซอร์ลดรอยสิว การใช้ไนอาซินาไมด์ร่วมด้วยจะช่วยลดการระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้นจากยา ช่วยควบคุมความมันส่วนเกิน และลดการอักเสบของสิว ทำให้กระบวนการรักษาสิวโดยรวมมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

การใช้ Niacinamide เพื่อลดรอยแผลเป็นและฟื้นฟูผิว

ภายหลังการทำหัตถการกลุ่มเลเซอร์หน้าใสเพื่อลดรอยแผลเป็นหรือฟื้นฟูผิว คุณสมบัติในการเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวและลดรอยดำของไนอาซินาไมด์จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ลดรอยแดงหลังทำ และช่วยให้ผลลัพธ์ของสีผิวหลังการรักษามีความสม่ำเสมอและกระจ่างใสยิ่งขึ้น

ไนอาซินาไมด์ (Niacinamide) เหมาะกับใคร 

ไนอาซินาไมด์ถือเป็นส่วนผสมที่ “เหมาะกับทุกสภาพผิว” เนื่องจากมีคุณสมบัติที่หลากหลาย สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลายจุด

  • ผู้ที่มีผิวมันและรูขุมขนกว้าง: ช่วยปรับสมดุลการผลิตน้ำมัน (ซีบัม) บนใบหน้า ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของผิวมัน และช่วยให้รูขุมขนดูกระชับขึ้น
  • ผู้ที่เป็นสิวและมีรอยสิว: มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบของสิว และช่วยลดเลือนรอยดำ รอยแดงที่เกิดจากสิว ทำให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น
  • ผู้ที่มีผิวแห้งและขาดความชุ่มชื้น: ช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ให้แข็งแรงขึ้น ลดการสูญเสียน้ำของผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นและแข็งแรง
  • ผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย: เป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างอ่อนโยน ช่วยปลอบประโลมผิว ลดอาการแดงและการระคายเคือง
  • ผู้ที่กังวลเรื่องริ้วรอยและสีผิวไม่สม่ำเสมอ: ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจางลง และช่วยยับยั้งการส่งเม็ดสีเมลานินไปยังผิวชั้นบน ทำให้จุดด่างดำ ฝ้า กระ ดูจางลง
  • ผู้ที่ต้องการปกป้องผิวจากมลภาวะ: ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายที่เกิดจากแสงแดดและมลภาวะแวดล้อม

ข้อควรระวังในการใช้ไนอาซินาไมด์ (Niacinamide)

แม้ว่าไนอาซินาไมด์จะค่อนข้างปลอดภัยและอ่อนโยน แต่ก็มีข้อควรระวังที่ต้องรู้ไว้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • ทดสอบการแพ้ (Patch Test) ก่อนใช้: โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายมาก ๆ ควรทดลองทาผลิตภัณฑ์บริเวณท้องแขนหรือหลังใบหูเล็กน้อยก่อน เพื่อสังเกตอาการแพ้หรือระคายเคือง
  • ความเข้มข้นที่สูงเกินไป: สำหรับผู้เริ่มต้น หรือผู้ที่มีผิวบอบบาง การใช้ไนอาซินาไมด์ที่มีความเข้มข้นสูง (เช่น เกิน 10%) อาจทำให้เกิดการระคายเคือง แสบ แดง หรือคันได้ แนะนำให้เริ่มต้นที่ความเข้มข้นต่ำ ๆ (เช่น 5%) ก่อน
  • อาการ “Niacin Flush”: ในบางรายอาจเกิดอาการหน้าแดงร้อน ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติที่ไม่อันตรายและจะหายไปเอง แต่หากมีอาการแสบ คันรุนแรง ควรหยุดใช้
  • การใช้ร่วมกับกรดวิตามินซี (L-Ascorbic Acid): แม้จะใช้ร่วมกันได้ แต่บางทฤษฎีเชื่อว่าอาจลดประสิทธิภาพของกันและกัน หรืออาจเพิ่มโอกาสระคายเคืองในบางคน หากต้องการใช้ร่วมกัน แนะนำให้ทาแยกเวลา (เช่น เช้า-เย็น) หรือรอให้ตัวแรกซึมเข้าผิวประมาณ 15-20 นาทีก่อน
  • การใช้ร่วมกับกรดผลัดเซลล์ผิว (AHA/BHA): การใช้ไนอาซินาไมด์พร้อมกับกรดเหล่านี้ในเวลาเดียวกัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการระคายเคืองได้ แนะนำให้ใช้สลับวันกัน หรือแยกใช้เช้า-เย็น
  • ทาครีมกันแดดเสมอ: แม้ไนอาซินาไมด์จะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด แต่การใช้สกินแคร์กลุ่ม Active Ingredients ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำในตอนเช้า เพื่อปกป้องผิวอย่างเต็มประสิทธิภาพ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Niacinamide สามารถใช้ร่วมกับส่วนผสมอื่น เช่น วิตามินซี หรือ เรตินอล ได้หรือไม่?

สามารถใช้ร่วมกันได้ครับไนอาซินาไมด์ทำงานได้ดีกับส่วนผสมส่วนใหญ่ และยังช่วยลดการระคายเคืองที่อาจเกิดจากเรตินอลได้อีกด้วย

ต้องใช้ Niacinamide ความเข้มข้นกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะเห็นผล?

โดยทั่วไป ความเข้มข้นตั้งแต่ 2-5% ก็เริ่มเห็นผลในด้านการเสริมเกราะป้องกันผิวและความชุ่มชื้นแล้ว แต่หากต้องการผลลัพธ์ด้านการลดรอยดำและคุมมัน ความเข้มข้น 5-10% จะตอบโจทย์ได้ดีกว่าครับ

ใช้ Niacinamide แล้วสิวเห่อเกิดขึ้นได้หรือไม่?

โดยปกติแล้วไนอาซินาไมด์ไม่ใช่ส่วนผสมที่เร่งการผลัดเซลล์ผิว จึงไม่ควรทำให้เกิดการเห่อของสิว (Purging) หากใช้แล้วสิวขึ้น อาจเกิดจากการระคายเคืองหรือแพ้ส่วนผสมอื่นในสูตรนั้นๆ ครับ

สรุปบทความ

ไนอาซินาไมด์ (Niacinamide) คือส่วนผสมมหัศจรรย์ที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่การลดสิว คุมมัน ไปจนถึงการลดรอยดำและเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง การเพิ่มไนอาซินาไมด์เข้าไปในสกินแคร์รูทีนจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการดูแลผิวให้สุขภาพดีในระยะยาว 

แต่หากคุณมีปัญหาผิวที่ซับซ้อนและต้องการการดูแลที่ตรงจุดยิ่งขึ้น การเข้าปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ THE RITZ CLINIC เพื่อวางแผนการรักษาควบคู่ไปกับการใช้สกินแคร์ก็จะช่วยให้ปัญหาผิวของคุณได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องและตรงจุดมากยิ่งขึ้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

เติมเต็มการดูแลสุขภาพในแต่ละวัน ด้วยการเลือกวิตามินและสารอาหารอย่างใส่ใจ ทั้งชนิด ปริมาณ และช่วงเวลารับประทาน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย Personalized Vitamin คืออะไร? Personalized…
Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

เติมเต็มการดูแลสุขภาพด้วยวิตามินและสารอาหาร สูตรที่ออกแบบเฉพาะคุณ พร้อมการวางแผนและติดตามโดยแพทย์ในทุกขั้นตอน Personalized IV Therapy คืออะไร? Personalized IV Therapy …
Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

การทำความเข้าใจข้อมูลจาก DNA ช่วยให้คุณรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น เพื่อนำไปประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพที่เหมาะกับคุณในระยะยาว Vitality DNA Code คืออะไร? Vitality DNA…

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ