Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

วิธีกำจัดขน ช่วยให้ผิวเนียน ไร้ปัญหาขนคุด

แนะนำ 6 วิธีกำจัดขน ช่วยให้ผิวเนียน ไร้ปัญหาขนคุด

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

การกำจัดขน เป็นหนึ่งในวิธีดูแลตัวเองที่จะช่วยเรียกคืนผิวกายที่เรียบเนียน ให้คุณเผยผิวสวยได้อย่างมั่นใจ และยังมีส่วนช่วยให้ทำความสะอาดผิวได้ง่าย ลดการหมักหมมของเชื้อโรค และสิ่งสกปรกได้เป็นอย่างดี ซึ่งในปัจจุบันก็มีวิธีกำจัดขนที่หลากหลาย ทั้งในรูปแบบที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตนเอง เช่น การโกนขน ถอนขน แว็กซ์ขน การใช้ครีมกำจัดขน หรืออาศัยผู้เชี่ยวชาญอย่างการกำจัดขนด้วยเลเซอร์ก็ดี ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้ 

เลเซอร์

เลเซอร์

วิธีกำจัดขนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบันก็คือ การเลเซอร์กำจัดขนที่อาศัยพลังงานความร้อนจากเลเซอร์ในการทำลายรากขนอย่างตรงจุด ทำให้รากขนฝ่อ และหลุดร่วงลงในที่สุด และเมื่อเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่อง จะสามารถช่วยชะลอการงอกของเส้นขนได้อย่างยาวนาน สัมผัสผิวที่เนียนใสไร้ขนได้อีกครั้ง 

ซึ่งเลเซอร์กำจัดขนนั้นก็มีอยู่หลายรูปแบบ เช่น Diode Laser ที่ความยาวคลื่นหลากหลาย สามารถกำจัดขนไปพร้อม ๆ กับเพิ่มสัมผัสผิวกระจ่างใสในขั้นตอนเดียว และ YAG Laser นวัตกรรมเลเซอร์ความยาวคลื่นสูงสุด 1064nm ยิงลึกถึงรากขน เหมาะสำหรับทุกสีผิวและทุกขนาดเส้นขน เป็นต้น 

ข้อดีของการเลเซอร์ขน

  • กำจัดขนได้ตรงจุด แม่นยำ และรวดเร็ว
  • มีหลายนวัตกรรมให้เลือกใช้  เช่น Diode และ YAG  เป็นต้น
  • อ่อนโยนต่อผิว ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองผิว
  • ลดโอกาสการเกิดปัญหาขนคุด และผิวหนังไก่ 
  • มีส่วนช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างใสและเรียบเนียนมากขึ้น

ข้อเสียของการเลเซอร์ขน

  • จำเป็นต้องเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • จำเป็นต้องเข้ารับบริการโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัย 

แว็กซ์ขน

แว็กซ์ขน

ถ้าชื่นชอบการกำจัดขนที่รวดเร็วและสามารถทำได้ด้วยตนเอง การแว็กซ์ขนก็ถือเป็นหนึ่งในวิธีกำจัดขนที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ไม่น้อย โดยมีให้เลือกใช้งานหลากหลายรูปแบบ ทั้งแว็กซ์ร้อน แว็กซ์เย็น แผ่นแว็กซ์สำเร็จรูป หรืออาจเข้ารับบริการแว็กซ์ขนในร้านเสริมความงามต่าง ๆ ได้เช่นกัน ซึ่งการแว็กซ์ขนนั้นสามารถใช้กำจัดขนได้หลายบริเวณ เช่น หนวด เครา ขนแขน กำจัดขนขา ขนหน้าอก ขนแผ่นหลัง หรือแม้ขนบริเวณน้องสาว-น้องชาย

ข้อดีของการแว็กซ์ขน

  • กำจัดขนได้รวดเร็ว และสามารถทำได้ด้วยตนเอง
  • ไม่ทิ้งตอขนแข็ง และมีขนชุดใหม่ขึ้นช้าลง
  • มีแว็กซ์หลายรูปแบบให้เลือกใช้งานตามความสะดวก  

ข้อเสียของการแว็กซ์ขน 

  • ขณะทำเจ็บมาก โดยเฉพาะในจุดที่ผิวบอบบาง หรือมีปริมาณขนหนามาก ๆ 
  • ต้องรอขนขึ้นให้ยาวพอ ถึงจะแว็กซ์ได้ 
  • มีโอกาสเกิดอาการระคายเคืองผิว และเกิดรูขุมขนอักเสบ 

ครีมกำจัดขน

ครีมกำจัดขน

ครีมกำจัดขน เป็นผลิตภัณฑ์กำจัดขนแบบชั่วคราวที่อาศัยสารเคมีในการทำละลายโปรตีนเคราตินที่อยู่ในเส้นขน ทำให้เส้นขนอ่อนแอและหลุดร่วงในที่สุด ถือเป็นวิธีการกำจัดขนที่สะดวก รวดเร็ว ทำได้ด้วยตนเอง ที่สำคัญไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด เพียงแค่ทาครีมลงบนบริเวณที่ต้องการกำจัดขน ทิ้งไว้ตามระยะเวลาที่ผลิตภัณฑ์นั้น ๆ กำหนด และเช็ดครีมออก เส้นขนก็จะหลุดติดผ้า หรือกระดาษที่เช็ดทันที 

ข้อดีของการใช้ครีมกำจัดขน

  • กำจัดขนได้อย่างรวดเร็ว 
  • เป็นวิธีกำจัดเส้นขนที่สะดวก สามารถทำได้ด้วยตนเอง
  • ไม่เจ็บ
  • ราคาย่อมเยา 

ข้อเสียของการใช้ครีมกำจัดขน

  • เส้นขนมีโอกาสกลับมาขึ้นเร็ว เนื่องจากเป็นการกำจัดขนที่ไม่ลึกถึงราก 
  • มีโอกาสการเกิดอาการแพ้ ระคายเคืองผิว เนื่องจากสารเคมี 
  • อาจมีกลิ่นฉุนรุนแรงของสารเคมี 

การโกนขน

การโกนขน

อีกหนึ่งวิธีการกำจัดขนที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเลือกกำจัดขนแขน กำจัดขนขา ขนหนวด หรือแม้แต่ขนบริเวณอวัยวะเพศ การโกนขนก็ถือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะสามารถกำจัดขนได้อย่างรวดเร็ว ทำได้ง่าย สามารถหาซื้อมีดโกน หรืออุปกรณ์การโกนขนได้ทั่วไปตามท้องตลาด 

ข้อดีของการโกนขน

  • กำจัดขนได้สะดวกและรวดเร็ว ทำได้ง่ายด้วยตนเอง
  • ราคาย่อมเยา หาซื้ออุปกรณ์การโกนขนได้ง่าย 
  • ประหยัดเวลา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกำจัดขนเร่งด่วน 

ข้อเสียของการโกนขน

  • ผลลัพธ์การกำจัดขนชั่วคราว และเส้นขนมักจะกลับมาขึ้นเร็ว 
  • ขนชุดใหม่จะเป็นตอแข็ง ทำให้ระคายเคืองผิวได้ 
  • มีโอกาสเกิดขนคุด และผิวหนังไก่ได้
  • อาจทำให้เกิดบาดแผลบนผิวได้หากไม่ระมัดระวัง

แหนบถอนขน

แหนบถอนขน

หากต้องการกำจัดขนอย่างรวดเร็วแบบถึงรากโดยเฉพาะบริเวณเล็ก ๆ หรือมีปริมาณขนน้อย เช่น ใบหน้า คิ้ว รักแร้ สามารถใช้แหนบในการถอนขนได้ ซึ่งถือเป็นวิธีดั้งเดิมที่ทำได้ง่ายด้วยตนเอง กำจัดขนได้สะดวกรวดเร็ว แม้ว่าขณะถอนขนอาจรู้สึกเจ็บพอสมควรก็ตาม 

ข้อดีของการใช้แหนบถอนขน

  • กำจัดขนง่าย ๆ ได้ด้วยตนเอง
  • สามารถกำจัดขนได้ลึกถึงราก ทำให้ขนชุดใหม่ขึ้นช้า 

ข้อเสียของการใช้แหนบถอนขน 

  • ค่อนข้างเจ็บ 
  • อาจเกิดปัญหารูขุมขนอักเสบ และระคายเคืองผิวได้
  • หากถอนขนไม่หมด ไม่ลงเล็กถึงราก ก็มีโอกาสเกิดขนคุด และผิวหนังไก่ได้ 

ถอนขนด้วยเครื่องไฟฟ้า

ถอนขนด้วยเครื่องไฟฟ้า

เครื่องถอนขนไฟฟ้าจะช่วยให้คุณกำจัดขนได้รวดเร็วและหลายเส้นในครั้งเดียว โดยอาศัยการทำงานบริเวณหัวเครื่องบรรจุที่แหนบขนาดเล็ก หรืออาจเป็นลักษณะของแผ่นโลหะทำหน้าที่คล้ายแหนบ ดึงเส้นขนทำให้ขนหลุดออกมาอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญการใช้เครื่องถอนขนไฟฟ้ายังสามารถกำจัดขนได้ในบริเวณกว้าง หรือบริเวณที่มีขนหนาแน่นได้อีกด้วย

ข้อดีของการถอนขนด้วยเครื่องไฟฟ้า

  • กำจัดขนได้สะดวกและรวดเร็ว
  • สามารถถอนขนได้ทีละหลาย ๆ เส้นในครั้งเดียว

ข้อเสียของการถอนขนด้วยเครื่องไฟฟ้า

  • ค่อนข้างที่จะเจ็บมากขณะทำ
  • มีโอกาสทำให้เกิดขนคุด ผิวหนังไก่ในอนาคตได้ 
  • ราคาอาจสูงตามคุณภาพและมาตรฐานของเครื่อง 

สรุป

การกำจัดขนนั้นสามารถทำได้หลายวิธี แนะนำเลือกวิธีที่สามารถทำได้สะดวกและถนอมผิวมากที่สุด เพื่อเป็นการชะลอการงอกใหม่ของเส้นขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรกับผิว ห่างไกลจากปัญหาขนคุด และผิวหนังไก่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งการเลเซอร์กำจัดขนก็ถือเป็นวิธีที่ตอบโจทย์มากที่สุด ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพการกำจัดขน และความอ่อนโยนต่อผิว ทั้งยังช่วยให้ผิวกระจ่างใส และเรียบเนียนกว่าเคยอีกด้วย

สำหรับใครที่สนใจเลเซอร์ขน อยากเรียกคืนผิวสวยใสไร้ขนกลับมาอีกครั้ง สามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอ หรือทีมงานมากประสบการณ์ได้ที่ THE RITZ CLINIC เพื่อประเมินลักษณะเส้นขน สภาพผิว และเลือกใช้วิธีการกำจัดขนที่เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคล หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

เติมเต็มการดูแลสุขภาพในแต่ละวัน ด้วยการเลือกวิตามินและสารอาหารอย่างใส่ใจ ทั้งชนิด ปริมาณ และช่วงเวลารับประทาน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย

Personalized Vitamin คืออะไร?

Personalized Vitamin คือวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทานที่แพทย์ออกแบบเฉพาะบุคคล โดยพิจารณาผลตรวจเลือด (link ไปหน้าเจาะเลือด) ร่วมกับข้อมูลสุขภาพ เพื่อเลือกเสริมสิ่งที่พบว่าขาดหรือมีระดับไม่เพียงพอ พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความเหมาะสม

แพทย์จะพิจารณาชนิด ปริมาณ และช่วงเวลารับประทานจากผลตรวจและความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อให้การเสริมวิตามินมีเป้าหมายชัดเจน และเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน

การเลือกวิตามิน เริ่มต้นจากข้อมูลสุขภาพของคุณ

Personalized Vitamin เหมาะกับใคร?

เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการให้แพทย์ใช้ผลตรวจเลือดและข้อมูลสุขภาพประกอบการวางแผนเสริมวิตามินและสารอาหาร โดยเฉพาะผู้ที่ตรวจพบภาวะขาดหรือมีระดับสารอาหารไม่เพียงพอ

ความเหมาะสมของการรับบริการ รวมถึงชนิดและปริมาณที่ควรรับประทาน ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ในแต่ละบุคคล

แผนดูแลที่ต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน

แพ็กเกจ Personalized Vitamin มีระยะเวลาการดูแลให้เลือก 1, 3 หรือ 6 เดือน

มีการจัดปริมาณวิตามินสำหรับรับประทานเป็น วันละ 5, 6 หรือ 7 แคปซูล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาปริมาณที่เหมาะสมจากผลตรวจเลือด ภาวะขาดวิตามินและสารอาหาร รวมถึงความต้องการด้านสุขภาพของคุณ

ระหว่างการดูแล แพทย์จะติดตามผลและทบทวนแผน เพื่อให้การรับประทานวิตามินสอดคล้องกับภาวะสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป

จากผลตรวจ สู่แผนวิตามินเฉพาะคุณ

THE RITZ WELLNESS แพทย์จะวิเคราะห์ผลตรวจเลือด ร่วมกับประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายของคุณ เพื่อเลือกวิตามินและสารอาหาร พร้อมกำหนดปริมาณและช่วงเวลารับประทานที่เหมาะสม นำไปสู่แผนดูแลเฉพาะบุคคลที่ปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความจำเป็น

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับบริการ?

ควรเตรียมผลตรวจสุขภาพที่ผ่านมา ประวัติโรคประจำตัว รวมถึงรายการยา วิตามิน และอาหารเสริมที่ใช้อยู่ เพื่อให้แพทย์มีข้อมูลประกอบการประเมินและวางแผนดูแล

สามารถติดต่อทีมดูแลเพื่อสอบถามรายละเอียดก่อนนัดรับบริการได้

คำถามที่พบบ่อย

1.ทุกคนได้รับวิตามินเหมือนกันหรือไม่?

ชนิดและปริมาณวิตามินขึ้นอยู่กับผลตรวจเลือด ข้อมูลสุขภาพ และความต้องการของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาแผนที่เหมาะสม

2.ต้องตรวจเลือดก่อนหรือไม่?

แนวทาง Personalized Vitamin ของ THE RITZ ใช้ผลตรวจเลือด ร่วมกับข้อมูลสุขภาพประกอบการออกแบบแผน แพทย์จะพิจารณาการตรวจที่เหมาะสมก่อนกำหนดวิตามินและสารอาหารสำหรับคุณ

3.ต้องรับประทานวันละกี่แคปซูล?

ปริมาณสำหรับแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับการประเมินและคำแนะนำของแพทย์

4.มีระยะเวลาการดูแลให้เลือกอย่างไร?

มีแพ็กเกจ 1, 3 และ 6 เดือน สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกแผนที่สอดคล้องกับความต้องการของคุณ

5.Personalized Vitamin ต่างจาก Personalized IV Therapy อย่างไร?

Personalized Vitamin เป็นวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทาน ส่วน Personalized IV Therapy เป็นการนำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป แพทย์จะพิจารณาแนวทางตามข้อมูลสุขภาพและความจำเป็นของแต่ละบุคคล

ใส่ใจสุขภาพของคุณในทุกวัน

ให้การรับประทานวิตามินเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลที่พิจารณาจากข้อมูลสุขภาพ พร้อมคำแนะนำและการติดตามโดยแพทย์ผ่าน Personalized Vitamin ที่ THE RITZ WELLNESS

Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

เติมเต็มการดูแลสุขภาพด้วยวิตามินและสารอาหาร สูตรที่ออกแบบเฉพาะคุณ พร้อมการวางแผนและติดตามโดยแพทย์ในทุกขั้นตอน

Personalized IV Therapy คืออะไร?

Personalized IV Therapy  คือการนำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป ด้วยสูตรที่แพทย์ออกแบบจากผลตรวจสุขภาพ ประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายในการดูแล พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

สูตรวิตามินดริป ออกแบบจากข้อมูลอะไรบ้าง?

Personalized IV Therapy เหมาะกับใคร?

เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพอย่างตรงจุดและแม่นยำ โดยการนำข้อมูลสุขภาพมาใช้ประกอบการวางแผนดูแลด้วยวิตามินดริป ภายใต้การประเมินและคำแนะนำของแพทย์ก่อนรับบริการ

สำหรับผู้ที่เข้ารับการตรวจสุขภาพ แพทย์สามารถนำผลตรวจมาพิจารณาร่วมกับประวัติสุขภาพและเป้าหมาย เพื่อประเมินว่า Personalized IV Therapy เหมาะเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลหรือไม่

แผนการดูแลที่เลือกได้ตามความเหมาะสม

แพ็กเกจ Personalized IV Therapy มีจำนวนการรับบริการให้เลือก 4, 12 และ 24 ครั้ง

แพทย์จะพิจารณาสูตรและความถี่ในการรับบริการตามภาวะสุขภาพและความต้องการของแต่ละบุคคล พร้อมทบทวนแผนระหว่างการดูแลอย่างต่อเนื่อง

สามารถสอบถามทีมดูแลเกี่ยวกับรายละเอียดแพ็กเกจและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจรับบริการ

จากผลตรวจ สู่สูตรวิตามินดริปเฉพาะคุณ

THE RITZ WELLNESS แพทย์จะวิเคราะห์ผลตรวจเลือด ร่วมกับประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายของคุณ เพื่อเลือกส่วนประกอบและออกแบบสูตรวิตามินดริป พร้อมกำหนดความถี่ในการรับบริการให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยติดตามผลและปรับแผนตามการตอบสนองของร่างกายอย่างต่อเนื่อง

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับบริการ?

กรุณาติดต่อทีมดูแลเพื่อรับคำแนะนำก่อนนัดหมาย และเตรียมข้อมูลประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่ รวมถึงผลตรวจสุขภาพที่ผ่านมา

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ประเมินและวางแผนดูแลได้สอดคล้องกับภาวะสุขภาพของคุณ

คำถามที่พบบ่อย

1.ทุกคนได้รับสูตรวิตามินเหมือนกันหรือไม่?

แพทย์พิจารณาส่วนประกอบและสูตรจากผลตรวจ ภาวะสุขภาพ และความต้องการของแต่ละบุคคล สูตรที่ใช้จึงขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

2.ต้องตรวจเลือดก่อนหรือไม่?

การทำ Personalized IV Therapy ของ THE RITZ Wellness  จะใช้ผล Vitality Blood Check หรือ ผลเลือด ร่วมกับข้อมูลสุขภาพประกอบการออกแบบสูตร โดยแพทย์จะพิจารณาการตรวจที่เหมาะสมก่อนวางแผนดูแล

3.ต้องรับบริการบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพ เป้าหมาย และการตอบสนองของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาแผนที่เหมาะสม

4.มีแพ็กเกจให้เลือกกี่ครั้ง?

มีแพ็กเกจ 4, 12 และ 24 ครั้ง สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกแผนและความถี่ที่เหมาะกับคุณ

5.Personalized IV Therapy ต่างจาก Personalized Vitamin อย่างไร?

Personalized IV Therapy นำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป ส่วน Personalized Vitamin  เป็นวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทาน แพทย์จะพิจารณาแต่ละแนวทางตามข้อมูลสุขภาพและความจำเป็นของคุณ

เริ่มต้นจากความเข้าใจ สู่การดูแลเฉพาะคุณ

นำข้อมูลสุขภาพมาเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแล พร้อมให้แพทย์พิจารณาสูตรวิตามินดริปที่เหมาะสมกับคุณผ่าน Personalized IV Therapy ที่ THE RITZ WELLNESS

Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

การทำความเข้าใจข้อมูลจาก DNA ช่วยให้คุณรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น เพื่อนำไปประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพที่เหมาะกับคุณในระยะยาว

Vitality DNA Code คืออะไร?

Vitality DNA Code คือ คือโปรแกรมตรวจวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรมจากตัวอย่างน้ำลาย เพื่อทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของร่างกาย เช่นด้านผิวพรรณ โภชนาการ การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกาย 

ผลการตรวจแสดงแนวโน้มทางพันธุกรรมในด้านต่าง ๆ เพื่อให้แพทย์นำมาพิจารณาร่วมกับประวัติสุขภาพ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และเป้าหมายของคุณ ก่อนให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพและปรับไลฟ์สไตล์อย่างเหมาะสม

ข้อมูลจาก DNA ช่วยให้เข้าใจอะไรเกี่ยวกับตัวคุณ?

ข้อมูลต่อไปนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ DNA ซึ่งยังครอบคลุมด้านอื่น ๆ ตามแพ็กเกจที่เลือก

Vitality-DNA-Code

ผิวพรรณและความงาม

สำรวจแนวโน้มทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับผิวพรรณ เช่น การเกิดริ้วรอย จุดด่างดำ กระ สิว และความไวต่อแสงแดด เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแนวทางดูแลผิวเฉพาะบุคคล

สารอาหารและโภชนาการ

ทำความเข้าใจแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับวิตามิน แร่ธาตุ ความไวต่ออาหารบางประเภท และพฤติกรรมการบริโภค เพื่อให้แพทย์ใช้ประกอบคำแนะนำด้านโภชนาการร่วมกับข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

การควบคุมน้ำหนัก

สำรวจข้อมูลทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำหนักและการตอบสนองต่อแนวทางควบคุมน้ำหนัก เช่น รูปแบบอาหารและการออกกำลังกาย เพื่อประกอบการวางแผนที่สอดคล้องกับเป้าหมายของคุณ

การออกกำลังกายและการฟื้นตัว

ทำความเข้าใจแนวโน้มด้านสมรรถภาพ ความแข็งแรง ความทนทาน และการฟื้นตัวหลังออกกำลังกาย เพื่อใช้ประกอบการวางแนวทางดูแลให้เหมาะกับรูปแบบกิจกรรมของแต่ละบุคคล

การนอนหลับและไลฟ์สไตล์

สำรวจแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับ การจัดการความเครียด และลักษณะเฉพาะบางด้าน เพื่อประกอบการทำความเข้าใจพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของคุณ

แนวโน้มความเสี่ยงด้านสุขภาพ

รับข้อมูลแนวโน้มทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงสุขภาพตามแพ็กเกจที่เลือก โดยแพทย์จะอธิบายผลและพิจารณาร่วมกับข้อมูลสุขภาพของแต่ละบุคคล

เลือกแพ็กเกจให้เหมาะกับสิ่งที่คุณต้องการดูแล

Vitality DNA Code มีให้เลือก 2 แพ็กเกจ โดยมีขอบเขตการวิเคราะห์แตกต่างกัน

1.DNA Skin Test
เข้าใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ พร้อมข้อมูลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้อง

DNA skin test

แพ็กเกจตรวจ 13 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ เช่น การเกิดริ้วรอยและสิว พร้อมข้อมูลด้านอื่นๆ เช่น  วิตามินและแร่ธาตุ โภชนาการ การออกกำลังกาย การดูแลน้ำหนัก การนอนหลับ ภูมิแพ้ และหมวดอื่น ๆ ตามรายการของแพ็กเกจ

ข้อมูลจากการตรวจนำมาใช้ประกอบการวางแนวทางดูแลผิวและสุขภาพร่วมกับแพทย์ โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะบุคคล

2.Premium DNA Test
สำรวจข้อมูลพันธุกรรมด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น

แพ็กเกจตรวจ 28 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสำรวจแนวโน้มทางพันธุกรรมด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ในขอบเขตที่กว้างขึ้น

แพทย์จะช่วยอธิบายข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายสุขภาพของคุณ เพื่อนำไปประกอบการวางแผนดูแลตนเองในระยะยาว

จากรหัสพันธุกรรม สู่เส้นทางดูแลสุขภาพของคุณ 

THE RITZ WELLNESS การดูแลเริ่มต้นจากการรับฟังสิ่งที่คุณต้องการ ประเมินประวัติสุขภาพ และทำความเข้าใจไลฟ์สไตล์ ก่อนเลือกการตรวจที่เหมาะสม

เมื่อได้รับผลตรวจ แพทย์จะอธิบายข้อมูลและพิจารณาร่วมกับบริบทสุขภาพของคุณ เพื่อนำไปประกอบคำแนะนำด้านการดูแลผิว โภชนาการ การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิต รวมถึงพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีข้อมูลสุขภาพหรือตรวจเพิ่มเติมหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

1.การตรวจใช้ตัวอย่างอะไร?

Vitality DNA Code ใช้ตัวอย่างน้ำลายสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรม โดยทีมดูแลจะแนะนำขั้นตอนการเก็บตัวอย่างก่อนรับบริการ

2.DNA Skin Test กับ Premium DNA Test ต่างกันอย่างไร?

DNA Skin Test มี 13 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ พร้อมข้อมูลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้อง ส่วน Premium DNA Test มี 28 รายการ โดยเพิ่มขอบเขตการวิเคราะห์ด้านสุขภาพและข้อมูลทางพันธุกรรมอื่น ๆ

3.ตรวจ DNA ต่างจากตรวจเลือดอย่างไร?

Vitality DNA Code มุ่งวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรม ส่วน Vitality Blood Check ประเมินตัวชี้วัดสุขภาพจากเลือดตามโปรแกรมที่เลือก แพทย์จะพิจารณาว่าข้อมูลใดเหมาะกับความต้องการและเป้าหมายสุขภาพของคุณ

4.ต้องเตรียมตัวอย่างไร และใช้เวลารอผลนานเท่าไร?

กรุณาสอบถามทีมดูแลเกี่ยวกับการเตรียมตัว ขั้นตอนเก็บตัวอย่าง และระยะเวลารอผลก่อนนัดรับบริการ

เข้าใจตัวคุณมากขึ้น เริ่มต้นวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม

ค้นพบข้อมูลทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและไลฟ์สไตล์ของคุณ พร้อมให้แพทย์ช่วยอธิบายผลและวางแนวทางดูแลเฉพาะบุคคลกับ THE RITZ WELLNESS

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ