
หลุมสิวมีกี่แบบ เชื่อว่าหลายคนสงสัยกันแน่นอน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นสิว เพราะหลังจากบีบสิวมักจะมีร่องรอยไม่ว่าจะเป็นรอยแดง หรือรอยหลุมสิว ซึ่งทำให้เป็นปัญหาบนผิวหน้า ต้องมาหาวิธีรักษากันต่อ แต่หลายคนก็ยังไม่รู้ว่าหลุมสิวมีกี่แบบ แต่ละแบบแตกต่างกันตรงไหน วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเรื่องนี้กัน เพื่อที่จะได้เลือกวิธีการรักษาหลุมสิวได้อย่างถูกต้อง เพราะหลุมสิวแต่ละชนิด มีระดับความรุนแรงแตกต่างกัน วิธีการรักษาก็ต้องเลือกให้เหมาะสมด้วย ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มกันเลย
หลุมสิวเกิดจากอะไร
ก่อนที่จะรู้ว่าหลุมสิวมีกี่แบบต้องรู้สาเหตุการเกิดหลุมสิวกันก่อน ส่วนใหญ่คิดว่าหลุมสิวเกิดจากการบีบสิว แล้วหัวหลุดออกมาทำให้เกิดหลุมและรอยต่าง ๆ ซึ่งก็ไม่ผิดเพราะการบีบสิวก็มีส่วนทำให้เกิดหลุมสิว แต่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดหลุมก็คือ เนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวที่ถูกทำลายจากแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของสิว โดยเฉพาะผู้ที่เป็นสิวอักเสบที่มีขนาดเม็ดสิวใหญ่ที่เรียกกันว่า สิวหัวช้าง มักจะพบปัญหานี้มากที่สุด
นอกจากนี้สิวอุดตันเม็ดเล็ก ๆ เมื่อบีบหัวสิวออกก็จะทำให้เกิดหลุมได้เช่นกัน และอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดหลุมก็คือ เซลล์ของผิวหนังไม่สามารถสร้างเนื้อเยื่อ ให้เกิดใหม่ขึ้นมาทดแทนเนื้อเยื่อส่วนที่ถูกแบคทีเรียทำลายไปได้ เนื่องจากคอลลาเจนและอิลาสติที่ร่างกายผลิตเองได้ ไม่เพียงพอกับการเติมเต็มหลุมสิวนั่นเอง
หลุมสิวมีกี่แบบ
ในการรักษาสิวไม่ใช่แค่ทำให้สิวยุบ หรือป้องกันการเกิดสิวเท่านั้น ต้องคำนึงถึงร่องรอยหลังสิวหายด้วย การรักษาด้วยตัวเองแบบผิดวิธีเช่น การเค้น, บีบ หรือกดสิวที่ผิดวิธี อาจทำให้เกิดหลุมสิวได้ด้วย ซึ่งหลุมสิวมีกี่แบบและวิธีการรักษาที่ถูกต้องมีแบบไหนบ้างเช็กกันในบทความนี้เลย
Rolling Scar
เป็นหลุมสิวที่พบได้บ่อย และรักษาง่ายที่สุดเพราะมีความตื้น มองเผิน ๆ อาจจะไม่เห็นรอยหลุมเลยด้วยซ้ำแต่ผิวหน้าจะมีลักษณะเป็นคลื่นไม่เรียบเนียน คล้ายกับการมีปัญหารูขุมขนกว้าง
Boxcar Scar
ลักษณะของหลุมสิวชนิดนี้ จะมีลักษณะเหมือนบ่อเล็ก ๆ มีความกว้างที่เห็นได้ชัดเจน และมีระดับความลึกไม่เกิน 5 มิลลิเมตร ระดับความยากในการรักษาปานกลาง และมักพบได้บ่อย ในกลุ่มผู้ที่มีปัญหาสิวอักเสบและสิวขนาดใหญ่
Ice Pick Scar
เป็นหลุมสิวชนิดที่รักษายากที่สุด แม้ว่า ปากหลุมจะมีลักษณะแคบแต่ก็มีความลึก มักพบในผู้ที่มีปัญหาสิวอุดตันสิวอักเสบ หลุมสิวในลักษณะนี้จะมองเห็นได้ค่อนข้างชัดเจน ใช้เวลาในการรักษานานพอสมควร

รักษาหลุมสิวด้วยวิธีไหนได้บ้าง
รู้จักกับหลุมสิวมีกี่แบบกันไปแล้ว มาดูกันดีกว่าว่าจะมีวิธีการรักษากันอย่างไรบ้าง และแต่ละวิธีเหมาะกับการรักษาหลุมสิวแบบไหน
เลเซอร์
การรักษาหลุมสิวนั้น ไม่ว่าจะเป็นหลุมสิวแบบไหนก็สามารถรักษาได้ด้วยการทำเลเซอร์ วิธีนี้ได้รับความนิยมสูง และได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ได้เกือบ 100% โดยแพทย์ผิวหนังจะเป็นผู้ประเมิน และเลือกชนิดของเลเซอร์ในการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาผิวให้มากที่สุด ในปัจจุบันชนิดของเลเซอร์ที่นิยมใช้รักษาหลุมสิว ได้แก่ Fractional Co2 Laser, Fraxel, Fine Scan, Fractional และ Pico Laser ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่อันตราย
หากผู้เข้ารับการรักษามีปัญหาหลุมสิวค่อนข้างเยอะ ก็สามารถทำซ้ำหลายครั้งได้ และการยิงเลเซอร์เข้าสู่ใต้ชั้นผิวหนัง ก็มีผลช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ให้เกิดใหม่ตามธรรมชาติเพื่อมาเติมเต็มรอยหลุมสิวด้วย แต่การรักษาด้วยเลเซอร์จะต้องใช้ระยะเวลา พักฟื้นผิวหน้าหลังทำ ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์แบบเร่งด่วน นอกจากนี้หลังการรักษาแล้วก็จะต้องดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดสิวใหม่ด้วย
ผ่าตัดพังผืด
เป็นวิธีการรักษาหลุมสิวที่เกิดขึ้นมานาน นิยมใช้เฉพาะหลุมสิวที่มีความลึก เช่น หลุมแบบ rolling scar และ box car เป็นการทำหัตถการผ่าตัดเล็ก แต่ก็ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น รวมทั้งยังสามารถทำคู่กับการรักษาหลุมสิวด้วยวิธีอื่น เช่น การฉีดฟิลเลอร์ แต่การเลือกรักษาด้วยวิธีนี้ จะต้องระมัดระวังหลังทำไม่ให้แผลติดเชื้อ และต้องมีการพักฟื้นผิวหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ และหากมีหลุมสิวค่อนข้างเยอะบนใบหน้า อาจจะต้องรักษาอย่างน้อย 3-5 ครั้ง แต่จะมีการเว้นช่วงการทำหัตถการอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ ผลลัพธ์ที่ได้คือหลุมสิวที่มีปริมาณลดลง หลุมลึกจะตื้นขึ้น ยิ่งทำคู่กับการดูแลผิวหน้าด้วยวิธีอื่น จะยิ่งได้ผลดียิ่งขึ้น
ฉีดฟิลเลอร์
การทำฟิลเลอร์ หรือการเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์หรือสาร Hyaluronic Acid จะฉีดเข้าหลุมสิวโดยตรง ซึ่งได้ผลเร็วและชัดเจน โดยฟิลเลอร์ที่เติมเข้าไปนั้น ก็จะไปฟื้นฟูเซลล์ผิวหนังที่เสื่อมสภาพและเติมเต็มหลุมสิวให้ตื้นขึ้น แถมยังช่วยกระตุ้นการเกิดใหม่ของคอลลาเจนและอิลาสตินตามธรรมชาติ รวมทั้งยังทำให้ผิวหน้าอิ่มฟูกระจ่างใส ผิวกระชับขึ้นด้วย
ฉีดเมโส
ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยรักษาหลุมสิวที่ได้ผลดี การรักษาด้วยวิธีนี้เป็นการฉีดสารสกัด และวิตามินหลายชนิด เข้าสู่ผิวหนังเพื่อช่วยในการฟื้นฟูเซลล์ผิวหนังโดยตรง กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้เกิดใหม่ เพื่อเติมเต็มหลุมสิว และช่วยลดรอยลึกของหลุมสิวได้อย่างชัดเจน
ทั้งหมดคือคำตอบของหลุมสิวมีกี่แบบ และมีวิธีที่สามารถทำให้ผิวหน้ากลับมาเรียบเนียน ไร้รอยหลุมสิว ปรับสภาพ และช่วยฟื้นฟูผิว ได้อย่างไรบ้าง โดยไม่จำเป็นต้องเลือกวิธีเดียว สามารถเลือกทำคู่กันได้ แต่ต้องให้แพทย์เป็นผู้ช่วยประเมินเลือกวิธีการที่เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละบุคคล เพื่อการรักษาที่ตรงจุดนั่นเอง

สรุปบทความ
ไม่ว่าหลุมสิวมีกี่แบบ ทุกแบบสามารถรักษาได้ แต่บางชนิดอาจจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร หรืออาจจะต้องทำซ้ำหลายครั้ง ก็ขึ้นอยู่กับปัญหาหลุมสิวที่พบ และไม่ว่าจะเลือกการรักษาด้วยวิธีไหน ก็ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ผิวหนังหรือแพทย์ความงามที่ชำนาญในการรักษาเท่านั้น เพราะบางวิธีถือเป็นการทำหัตถการที่จะต้องอาศัยความชำนาญและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ผ่านมาตรฐานมีการรับรองจาก อย. ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถขอคำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับความงามได้ฟรี THE RITZ CLINIC เรามีแพทย์ที่ชำนาญคอยดูแลอย่างใกล้ชิด อย่าปล่อยให้ปัญหาผิวหน้ามาทำลายความมั่นใจของคุณ


